นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ของบริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด และบริษัทย่อย 

บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด และบริษัทย่อย (“ซึ่งรวมเรียกว่า “บริษัท”) มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในความเป็นส่วนตัวตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายฉบับนี้ขึ้น เพื่อเป็นหลักปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้ 

1. ขอบเขตการบังคับใช้ 

นโยบายฉบับนี้ ถือเป็นแนวทางปฏิบัติของบริษัท โดยมีผลใช้บังคับกับคณะกรรมการ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับของบริษัทที่ปฏิบัติต่อบุคลากรภายในและบุคคลภายนอกซึ่งรวมถึงคู่ค้า ผู้ให้บริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัท ตลอดจนมีผลใช้บังคับกับทุกกิจกรรมการดำเนินงานของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้นว่า ช่องทางการจัดเก็บข้อมูล ประเภท และรูปแบบของข้อมูลที่จัดเก็บ วัตถุประสงค์ของบริษัทในการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ การแบ่งปันข้อมูลดังกล่าวให้กับบริษัทและบุคคลอื่น ตลอดจนวิธีการที่บริษัทดำเนินการปกป้องและรักษาความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 

2. บทนิยาม 

“บริษัท” หมายความว่า บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด และบริษัทย่อย 

“บริษัทย่อย” หมายความว่า บริษัทจำกัด ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด 

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ หรือตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ 

“ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายความว่า ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนา หรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกัน หรือตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ หน้า 2 ของ 7 V01.2569 

“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ 

“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล โดยบุคคลหรือนิติบุคคลดังกล่าวไม่ใช่ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ 

“เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลซึ่งบริษัทแต่งตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ให้คำแนะนำ ตรวจสอบการดำเนินงาน และประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในส่วนที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท หรือตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ 

“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ลบ ทำลาย หรือการกระทำอื่นใดซึ่งทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมีการเปลี่ยนแปลงหรือถูกนำไปดำเนินการไม่ว่าด้วยวิธีการใด ๆ หรือตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ 

“กฎหมาย” หมายความว่า กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงกฎกระทรวง ประกาศต่าง ๆ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 

บทนิยามอื่น ๆ ที่ไม่ได้กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายบัญญัติไว้ 

3. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล 

3.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป 

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย โดยอาศัยฐานทางกฎหมาย ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ได้แก่ 

(1) ความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล 

(2) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญา หน้า 3 ของ 7 V01.2569 

(3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล 

(4) เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล 

(5) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล 

(6) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือของบุคคลอื่น เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล 

(7) เป็นการจำเป็นเพื่อการศึกษาวิจัย หรือสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม 

(8) ฐานทางกฎหมายอื่น 

ทั้งนี้ บริษัทจะพิจารณาเลือกใช้ฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมที่สุดตามลักษณะและวัตถุประสงค์ของแต่ละกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและจะใช้ความยินยอมเป็นฐานทางกฎหมายเฉพาะกรณีที่ไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นได้ 

บริษัทจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ 

(1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ หรือเปิดเผย 

(2) เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือสัญญา หรือเพื่อเข้าทำสัญญา โดยต้องแจ้งถึงผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบด้วย 

(3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาการเก็บรวบรวม 

(4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจถูกเปิดเผย 

(5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 

(6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล 

(7) รายละเอียดอื่นใดที่บัญญัติไว้ตามกฎหมาย 

3.2 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว 

บริษัทจะไม่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เว้นแต่จะได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือเป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้กระทำได้ ดังต่อไปนี้ 

(1) เป็นการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด หน้า 4 ของ 7 V01.2569 

(2) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล 

(3) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกข้อต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย 

(4) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเวชศาสตร์ป้องกัน อาชีวเวชศาสตร์ ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม สิทธิประโยชน์ของผู้ที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองตามกฎหมาย หรือการคุ้มครองทางสังคม 

(5) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย 

ทั้งนี้ บริษัทจะจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล 

4. การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล 

การใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นไปตามที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือเพื่อความจำเป็น หรือเพื่อประโยชน์ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมซึ่งได้แจ้งไว้ในนโยบายนี้หรือในประกาศความเป็นส่วนตัว โดยอาศัยฐานทางกฎหมายหรือสัญญา 

บริษัทอาจขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ ในกรณีดังต่อไปนี้ 

(1) เป็นการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล 

(2) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญา 

(3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล 

(4) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลอื่น เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล 

(5) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะโดยชอบด้วยกฎหมาย 

(6) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกข้อต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย 

(7) เป็นการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามคำสั่งศาล หน้า 5 ของ 7 V01.2569 

(8) กรณีอื่นใด ตามที่บัญญัติไว้ตามกฎหมาย 

5. คุณภาพของข้อมูลส่วนบุคคล 

บริษัทจะต้องให้ความสำคัญถึงความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันของข้อมูลที่จัดเก็บ รวมถึงเปิดโอกาสให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถแจ้งแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันด้วย ดังนั้น ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมนั้นต้องถูกต้อง ทันสมัย สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น 

6. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล 

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ หรือตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ 

(1) ระยะเวลาที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม 

(2) ระยะเวลาตามอายุความที่เกี่ยวข้อง หรือระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด 

(3) ระยะเวลาที่สมเหตุสมผลตามการดำเนินธุรกิจ 

เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ตามขั้นตอนและวิธีการที่บริษัทกำหนด 

7. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล 

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล จึงได้จัดให้มีมาตรการเชิงองค์กร มาตรการทางเทคนิค และมาตรการทางกายภาพที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหน้าที่หรือโดยมิชอบด้วยกฎหมาย 

8. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ 

ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการส่งไปยังบริษัทในเครือ พันธมิตรทางธุรกิจ หรือผู้ให้บริการภายนอกที่อยู่ต่างประเทศ รวมถึงการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บรักษาบนระบบคลาวด์หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการ ดังต่อไปนี้ 

(1) ตรวจสอบว่าประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด 

(2) ในกรณีที่ประเทศปลายทางไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ บริษัทจะจัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม เช่น ข้อสัญญามาตรฐาน (Standard Contractual Clauses) หรือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายในกลุ่มบริษัท (Binding Corporate Rules) หรือมาตรการอื่นใดตามที่กฎหมายบัญญัติ หน้า 6 ของ 7 V01.2569 

(3) จัดให้มีข้อตกลงกับผู้รับโอนข้อมูลส่วนบุคคลในต่างประเทศเพื่อกำหนดให้ผู้รับโอนข้อมูลมีมาตรการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เทียบเท่าหรือดีกว่ามาตรการตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ 

ทั้งนี้ การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศอาจกระทำได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขข้างต้น หากเป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติยกเว้นไว้ เช่น เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทได้แจ้งให้ทราบถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศปลายทางที่ไม่เพียงพอแล้ว เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา หรือเป็นการป้องกัน หรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ 

9. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล 

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึง ขอรับสำเนา และขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของตน ขอเพิกถอนความยินยอม ขอให้โอนย้ายข้อมูล ขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูล ขอให้ลบ หรือทำลายข้อมูล ระงับการใช้ชั่วคราว ตลอดจนสิทธิในการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลให้ถูกต้อง ทันสมัย และสมบูรณ์อยู่เสมอ ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ 

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถยื่นคำร้องขอใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นได้ผ่านช่องทางตามที่บริษัทกำหนด 

บริษัทจะดำเนินการตามคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้า ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด 

ในกรณีที่บริษัทปฏิเสธคำร้องขอใช้สิทธิ บริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบเป็น ลายลักษณ์อักษร 

10. การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล 

ในกรณีที่เกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะประเมินความเสี่ยงของเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว และดำเนินการตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ 

11. ความรับผิดและบทกำหนดโทษ 

บริษัทกำหนดให้พนักงานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ต้องให้ความสำคัญและรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายฉบับนี้อย่างเคร่งครัด 

ดังนั้น ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามหน้าที่ของตน หากละเลย หรือละเว้น ไม่สั่งการหรือไม่ดำเนินการ หรือสั่งการ หรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งในหน้าที่ของตน อันเป็นการฝ่าฝืนนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จนเป็นเหตุให้เกิดความผิดตามกฎหมายและ/หรือความเสียหายขึ้น ผู้นั้นต้องรับโทษทางวินัยตามระเบียบของบริษัทต้นสังกัดแห่งตน หน้า 7 ของ 7 V01.2569 

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ จะได้รับการทบทวนสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 

โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป 

นางสาวเทียนธรรม เสถียรธรรมะ 

กรรมการผู้จัดการ 

บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด 

 

บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด และบริษัทย่อย (“บริษัทฯ”) ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) (“พระราชบัญญัติฯ”) จึงได้จัดทำและเผยแพร่ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (“ประกาศความเป็นส่วนตัว”) ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะที่ท่านเป็นผู้สมัครงาน พนักงานปัจจุบัน อดีตพนักงาน ผู้รับจ้าง ผู้บริหาร กรรมการ ผู้ถือหุ้น สมาชิกครอบครัว บุคคลอ้างอิง หรือบุคคลธรรมดาอื่นใดที่เกี่ยวข้อง (รวมเรียกว่า “ท่าน” หรือ “บุคลากร”) ซึ่งบริษัทฯ ให้ความสำคัญในฐานะที่ท่านเป็นบุคลากรสำคัญต่อบริษัทฯ ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ยังได้แจ้งวิธีการในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและแนวทางในการจัดการข้อมูลของท่านด้วยวิธีการที่เหมาะสมตามพระราชบัญญัติฯ 

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย 

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ตามที่ระบุด้านล่างนี้ 

“ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายจัดให้เป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ตามที่ระบุด้านล่างนี้ 

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับท่านที่บริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม (ตามที่ระบุในข้อ 5) เก็บรวบรวม โดยการเก็บรวบรวมดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทฯ กับท่าน โดยประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ 

1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน 

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ 

1) ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล คำนำหน้าชื่อ ชื่อเล่น เพศ วันเดือนปีเกิด ข้อมูลที่ระบุตัวตนที่ออกโดยทางราชการ (เช่น หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง เลขที่ใบอนุญาตใบขับขี่) สถานภาพการสมรส สถานภาพทางทหาร รูปถ่าย อายุ สถานที่เกิด กรุ๊ปเลือด และ/หรือสัญชาติ 

2) ข้อมูลเพื่อการติดต่อ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และ/หรืออีเมล 

3) ข้อมูลทางการเงิน เช่น อัตราเงินเดือน ค่าตอบแทน หมายเลขบัญชีเงินฝากธนาคาร และ/หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ หน้า 2 ของ 10 V01.2569 

4) ข้อมูลประวัติและความสามารถ เช่น ประวัติการศึกษา ประวัติการฝึกงานและการฝึกอบรมทักษะความชำนาญ ข้อมูลการทำงาน และ/หรือประวัติการทำงาน 

5) ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน เช่น ตำแหน่งงาน ใบอนุญาตทำงาน ข้อมูลการทำงานของท่าน ข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินผลงาน การปฏิบัติงาน ประวัติการลา และ/หรือข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานระบบสารสนเทศและเว็บไซต์ภายในต่าง ๆ ของบริษัทฯ 

6) ข้อมูลจากการบันทึกภาพหรือเสียงระหว่างการปฏิบัติงาน เช่น ข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด อุปกรณ์บันทึกเสียง และ/หรือข้อมูลการบันทึกเสียงสนทนากรณีติดต่อกับลูกค้าหรือบุคคลภายนอก หรือจากการประชุมต่าง ๆ ตามตำแหน่งหน้าที่ ทั้งนี้ สำหรับข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง โปรดดูรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงของบริษัทฯ ได้ใน “ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับการใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง” ได้ที่ https://www.td.co.th/td-privacy-policy/ 

7) ข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นใดเกี่ยวกับท่านที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัทฯ โดยสมัครใจ หรือที่บริษัทฯ ได้รับมาจากบุคคลหรือหน่วยงานภายนอก และ/หรือ 

8) ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ได้แก่ ข้อมูลสุขภาพ (เช่น ประวัติความเจ็บป่วย ประวัติการรักษาพยาบาล ประวัติการตรวจสุขภาพ) ประวัติอาชญากรรม และ/หรือข้อมูลชีวภาพ ซึ่งบริษัทฯ ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือมีความจำเป็นตามที่กฎหมายอนุญาตให้ดำเนินการได้ 

1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สาม 

หากท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สาม (เช่น สมาชิกในครอบครัว ผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี) บุคคลอ้างอิง) แก่บริษัทฯ หรือหากท่านขอให้บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามดังกล่าวแก่บุคคลภายนอก ท่านมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งรายละเอียดตามประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ให้แก่บุคคลที่สามดังกล่าวนั้นทราบ ตลอดจนขอความยินยอมจากบุคคลดังกล่าวนั้น (หากเป็นกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม) โดยท่านควรตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ และแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ไว้ นอกจากนี้ ท่านยังมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้บริษัทฯ สามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลเหล่านั้นได้ตามกฎหมาย ตามที่กำหนดไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ด้วย 

1.3 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ และคนไร้ความสามารถ 

ในบางกรณีตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทฯ ไม่สามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ และคนไร้ความสามารถโดยปราศจากความยินยอมของผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลได้ ดังนั้น หากท่านเป็นผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถ ท่านต้องดำเนินการให้มั่นใจว่าท่านได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลแล้ว (ในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม) ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ทราบว่า บริษัทฯ หน้า 3 ของ 10 V01.2569 

ได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง หรือเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลโดยไม่ได้เจตนา บริษัทฯ จะลบข้อมูลดังกล่าวทันที หรือเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยเฉพาะในกรณีที่บริษัทฯ สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นนอกเหนือจากความยินยอมได้ 

ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ไม่สามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามที่บริษัทฯ ได้แจ้งไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ บริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม อาจไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาจ้าง หรือปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดต่อไปได้ 

2. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน 

บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากการที่ท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัทฯ โดยตรง หรือบริษัทฯ อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น 

กรณีที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยตรง บริษัทฯ ได้รับมาจากขั้นตอนการสมัครงาน โดยการกรอกข้อมูลและให้ข้อมูลแก่บริษัทฯ ในใบสมัครงาน ประวัติส่วนตัว และ/หรือเอกสารประกอบการสมัครงานที่ท่านได้ยื่นให้แก่บริษัทฯ ประกอบการพิจารณาคัดเลือกเข้าทำงาน การลงทะเบียนหรือการกรอกแบบฟอร์มในใบสมัครงานและยื่นให้แก่บริษัทฯ ตามช่องทางที่บริษัทฯ กำหนด รวมถึงการเข้าใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทฯ เพื่อการสมัครงานการสัมภาษณ์งาน ตลอดจนเมื่อท่านเริ่มทำงานกับบริษัทฯ และในระหว่างการทำงาน 

นอกจากนี้ บริษัทฯ อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น เช่น 

1) บุคคลอ้างอิง ผู้บริหาร รวมถึงกรณีที่บริษัทในกลุ่มอ้างอิงหรือแนะนำท่านแก่บริษัทฯ 

2) บริษัทจัดหางาน 

3) แหล่งข้อมูลสาธารณะ เช่น เว็บไซต์สมัครงานอื่น ข้อมูลที่ค้นหาได้ทางอินเทอร์เน็ต หรือสื่อโซเชียลมีเดีย เป็นต้น 

4) หน่วยงานราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือบุคคลอื่น 

3. การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ฐานทางกฎหมาย 

บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่นที่ไม่ใช่ความยินยอม (เช่น (1) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา สำหรับการเข้าทำสัญญาหรือการปฏิบัติตามสัญญากับท่าน (2) เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย (3) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือของบุคคลภายนอก โดยมีความสมดุลกับประโยชน์และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (4) เพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (5) เพื่อประโยชน์สาธารณะ สำหรับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้า 4 ของ 10 V01.2569 

หน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐ (6) เพื่อการก่อตั้งและยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายในอนาคต หรือฐานทางกฎหมายอื่น ๆ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอนุญาต (แล้วแต่กรณี)) เพื่อวัตถุประสงค์ ดังนี้ 

3.1 ในกรณีที่ท่านเป็นผู้สมัครงาน พนักงานปัจจุบันของบริษัทฯ อดีตพนักงาน ผู้รับจ้าง สมาชิกครอบครัว หรือบุคคลอ้างอิงที่ท่านอ้างอิงถึง 

1) เพื่อการคัดเลือกบุคลากร เช่น เพื่อการพิจารณาสรรหาบุคลากรในตำแหน่งงานต่าง ๆ ของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม เพื่อการติดต่อสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกบุคลากร เพื่อการสัมภาษณ์ เพื่อการพิจารณาคัดเลือกและค่าตอบแทนที่เหมาะสมในขั้นตอนการรับสมัครงาน รวมทั้งการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติอื่น ๆ ของท่าน และ/หรือเพื่อการแจ้งผลการพิจารณาและค่าตอบแทน 

2) เพื่อการจ้างงาน เช่น เพื่อดำเนินกระบวนการเกี่ยวกับการจ้างงานและขั้นตอนในการทำสัญญาจ้างงานรวมถึงสัญญาอื่นอันเกี่ยวเนื่องกับการว่าจ้าง เช่น สัญญาไม่เปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับ นโยบายและข้อบังคับการทำงานต่าง ๆ เป็นต้น 

3) เพื่อการบริหารจัดการความสัมพันธ์ในการจ้างงาน เช่น เพื่อติดต่อสื่อสารกับท่าน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับท่านเพื่อประเมินผลการปฏิบัติงาน เพื่อพิจารณาการเลื่อนตำแหน่ง การปรับเงินเดือน และค่าตอบแทนพิเศษ เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เพื่อจัดฝึกอบรม การดูงาน การรับรองด้านความรู้ต่าง ๆ และการสัมมนา เพื่อบันทึกชั่วโมงทำงาน เพื่อพิจารณาการลาพักร้อน ลากิจ และลาป่วย เพื่อติดตามการใช้อินเทอร์เน็ต อีเมล และโทรศัพท์ เพื่อดำเนินกระบวนการและขั้นตอนการลาออก การเลิกจ้าง การจ่ายค่าชดเชย และ/หรือสวัสดิการหลังการเลิกจ้าง 

4) เพื่อการจัดการด้านการเงิน การจ่ายค่าตอบแทน และการให้สวัสดิการ เช่น เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการจ่ายค่าตอบแทน จัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้แก่ท่าน รวมถึงดำเนินการจัดการด้านสุขภาพอนามัยของท่าน เช่น การทำประกันสุขภาพ เป็นต้น รวมทั้งเพื่อเปิดเผยหรือส่งข้อมูลให้แก่บุคคลที่สามในการจัดสวัสดิการต่าง ๆ ให้แก่ท่าน เช่น บริษัทประกัน โรงพยาบาล บริษัทจัดการกองทุน ธนาคารคู่สัญญา เป็นต้น 

5) เพื่อการพิสูจน์และยืนยันตัวตน เช่น เพื่อการตรวจสอบ พิสูจน์ และยืนยันตัวตนของท่าน 

6) เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทฯ เช่น เพื่อบริหารความเสี่ยง การกำกับการตรวจสอบ และบริหารจัดการภายในองค์กรของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม เพื่อป้องกันและตรวจสอบการดำเนินการต่าง ๆ ที่เป็นการฉ้อฉล ฟอกเงิน การกระทำผิดทางอาญา หรือการกระทำอื่นใดที่มิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อการสืบสวน สอบสวน หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ในกระบวนการทางกฎหมายของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม เพื่อรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือสถานที่ของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม รวมถึงการแลกบัตรก่อนเข้าพื้นที่ และ/หรือการบันทึกภาพและเสียงด้วยกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) หรืออุปกรณ์บันทึกเสียงอื่น ๆ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลและทรัพย์สินของบริษัท หน้า 5 ของ 10 V01.2569 

7) เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดตามกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงเพื่อเปิดเผย หรือรายงานต่อหน่วยงานราชการตามกฎหมาย เช่น กรมสรรพากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นต้น รวมถึงเมื่อได้รับคำสั่ง หมายศาล และ/หรือหนังสือราชการให้ต้องดำเนินการใด ๆ ที่อาศัยอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานราชการนั้น 

8) เพื่อจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น เพื่อบริหารจัดการและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 

9) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายที่อาจเกิดต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล เช่น เพื่อการควบคุมโรคติดต่อหรือโรคระบาด 

10) เพื่อดำเนินการในกรณีการเปลี่ยนแปลงในกิจการ เช่น การขาย การโอน การควบรวมกิจการ การฟื้นฟูกิจการ หรือกรณีอื่นที่คล้ายกัน ซึ่งบริษัทฯ อาจโอนข้อมูลของท่านให้กับบุคคลที่สามหนึ่งฝ่ายหรือมากกว่าในฐานะส่วนหนึ่งของการดำเนินการดังกล่าว 

3.2 ในกรณีที่ท่านเป็นผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือผู้บริหารของบริษัทฯ 

1) เพื่อการดำเนินการตามสิทธิหน้าที่ของท่าน เช่น เพื่อการคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการ เพื่อวัตถุประสงค์ติดต่อจัดการ หรือดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ตามอำนาจหน้าที่ในฐานะผู้ถือหุ้น กรรมการหรือผู้บริหาร (เช่น การประชุม การพิจารณาจ่ายค่าตอบแทน เป็นต้น) เพื่อปฏิบัติต่อท่านตามสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายในฐานะผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือผู้บริหารของบริษัทฯ 

2) เพื่อการพิสูจน์และยืนยันตัวตน เช่น เพื่อการตรวจสอบ พิสูจน์ และยืนยันตัวตนของท่าน 

3) เพื่อการดำเนินงานและการประกอบการ เช่น เพื่อติดตามการปฏิบัติงานของท่าน การจัดสรรและจัดการทรัพยากรบริษัทฯ เพื่อติดตามความรับผิดชอบ เพื่อติดตามดูแลด้านวินัย เพื่อการตรวจสอบและสอบสวนภายใน กรณีที่มีข้อร้องเรียน และ/หรือการลงโทษทางวินัย (หากจำเป็น) เพื่อให้ความช่วยเหลือ และ/หรือจัดการความสัมพันธ์กับท่าน 

4) เพื่อจ่ายค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ เช่น เพื่อจ่ายเงินปันผล เงินเดือน การหักลดภาษี จัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันสังคม ประกันภัย การชำระเงินชดเชย รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ของท่าน 

5) เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทฯ เช่น เพื่อบริหารความเสี่ยง การกำกับการตรวจสอบ และบริหารจัดการภายในองค์กรของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม เพื่อความจำเป็นในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ใน การตรวจสอบ/ยืนยันข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันการทุจริตในการใช้สิทธิหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อตรวจสอบและยืนยันตัวตนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งหรือตามอำนาจที่ได้รับมอบหมาย เพื่อป้องกันและตรวจสอบการดำเนินการต่าง ๆ ที่เป็นการฉ้อฉล ฟอกเงิน การกระทำผิดทางอาญาหรือการกระทำอื่นใดที่มิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อการสืบสวน สอบสวน หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ในกระบวนการหน้า 6 ของ 10 V01.2569 

ทางกฎหมายของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม เพื่อรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือสถานที่ของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม รวมถึงการแลกบัตรก่อนเข้าพื้นที่ รวมถึง การบันทึกภาพด้วยกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง 

6) เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดตามกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงเพื่อเปิดเผย หรือรายงานต่อหน่วยงานราชการตามกฎหมาย เช่น กรมสรรพากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นต้น รวมถึงเมื่อได้รับคำสั่ง หมายศาล หรือหนังสือราชการให้ต้องดำเนินการใด ๆ ที่อาศัยอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานราชการนั้น 

7) เพื่อจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น เพื่อบริหารจัดการและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 

8) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายที่อาจเกิดต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล เช่น เพื่อการควบคุมโรคติดต่อหรือโรคระบาด 

9) เพื่อดำเนินการในกรณีการเปลี่ยนแปลงในกิจการ เช่น การขาย การโอน การควบรวมกิจการ การฟื้นฟูกิจการ หรือกรณีอื่นที่คล้ายกัน ซึ่งบริษัทฯ อาจโอนข้อมูลของท่านให้กับบุคคลที่สามหนึ่งฝ่ายหรือมากกว่าในฐานะส่วนหนึ่งของการดำเนินการดังกล่าว 

4. การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่อาศัยความยินยอมจากท่าน 

บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานความยินยอม เพื่อการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ 

1) ข้อมูลสุขภาพ (เช่น ประวัติความเจ็บป่วย ประวัติการรักษาพยาบาล) เพื่อพิจารณาคัดกรองประวัติในการรับสมัครงาน เพื่อการตรวจสุขภาพ เพื่อการเก็บบันทึกการลา เพื่อประเมินความสามารถ เพื่อการพิจารณามอบหมายงาน และ/หรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในบริษัทฯ ตามความเหมาะสม รวมทั้งเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกันภัย 

2) ประวัติอาชญากรรมเพื่อพิจารณาคัดกรองประวัติในการรับสมัครงาน และการยื่นขออนุญาตประกอบกิจการต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นต้องใช้ตามที่หน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายในการกำกับดูแลได้ร้องขอ 

3) ข้อมูลชีวภาพ เพื่อการบริหารจัดการเวลาการทำงาน การควบคุมการเข้า–ออกสถานที่ หรือระบบปฏิบัติการของบริษัทฯ (เช่น ระบบ POS หรือระบบสารสนเทศอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน) รวมถึงเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลและทรัพย์สินของบริษัทฯ 

4) ข้อมูลศาสนา เพื่อจัดสรรงานและสวัสดิการให้เหมาะสม หน้า 7 ของ 10 V01.2569 

5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน 

บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบริษัทในกลุ่ม หมายความถึง บริษัทในกลุ่มทีดี ได้แก่ บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด และบริษัทย่อย บริษัทในกลุ่มตะวันแดง ได้แก่ บริษัท ตะวันแดง 1999 จำกัด และบริษัทย่อย บริษัทในกลุ่มซีเจ ได้แก่ บริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด และบริษัทย่อย บริษัทในกลุ่มคาราบาว ได้แก่ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รวมถึง บริษัทในกลุ่มซีเจมาร์ท ได้แก่ บริษัท ซีเจ มาร์ท จำกัด และบริษัทย่อย (“บริษัทในกลุ่ม”) เพื่อวัตถุประสงค์ รวมถึงการดำเนินการใด ๆ ตามที่แจ้งไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ นอกจากนี้ บริษัทในกลุ่มสามารถอาศัยความยินยอมที่บริษัทฯ ได้รับมาได้ด้วยเช่นกัน 

บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่หน่วยงานราชการหรือหน่วยงานอื่นใดตามกฎหมาย เช่น กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน เป็นต้น หรือเปิดเผยข้อมูลตามคำสั่งของหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแลใด ๆ รวมถึงให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังหน่วยงานข้อมูลเครดิตเพื่อตรวจสอบ และอาจใช้ผลการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวเพื่อป้องกันการฉ้อโกง หรือการทุจริต 

ในบางกรณี บริษัทฯ อาจต้องเปิดเผยหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่นักลงทุน ผู้ถือหุ้น ผู้รับโอนสิทธิ บุคคลผู้ที่จะได้รับโอนสิทธิ ผู้รับโอน หรือบุคคลผู้ที่จะเป็นผู้รับโอน หากมีการปรับโครงสร้างองค์กร หรือมีการปรับโครงสร้างหนี้ การควบรวมกิจการ การได้มาซึ่งกิจการ การจำหน่าย การซื้อ การร่วมทุน การโอนสิทธิ การเลิกกิจการ หรือเหตุการณ์อื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและมีการโอน หรือจำหน่ายไปซึ่งธุรกิจ สินทรัพย์ หรือหุ้นของบริษัทฯ ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมด 

บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก เช่น ผู้ให้บริการ พันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า คู่สัญญาของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบบัญชี การขอคำปรึกษาทางกฎหมาย การดำเนินคดี การจ่ายค่าตอบแทน เงินเดือน และการจัดสวัสดิการต่าง ๆ และการดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องเพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับการให้บริการดังกล่าวเท่านั้น และจะขอให้บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นแต่อย่างใด บริษัทฯ จะดำเนินการให้มั่นใจว่าบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องที่บริษัทฯ ทำงานด้วยทั้งหมดจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลอย่างปลอดภัย 

บริษัทฯ อาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ฐานทางกฎหมายตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ให้แก่บุคคลภายนอกอื่น ๆ เช่น บุคคลทั่วไป ผู้ร้องเรียน หรือบุคคลภายนอกที่ร้องขอดูข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง เป็นต้น แล้วแต่กรณี 

6. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ 

ในกรณีที่บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการส่งไปยังบริษัทในเครือ พันธมิตรทางธุรกิจ หรือผู้ให้บริการภายนอกที่อยู่ต่างประเทศ รวมถึงการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บรักษาบนระบบคลาวด์ (Cloud) หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ต่างประเทศ บริษัทฯ จะดำเนินการ ดังต่อไปนี้ หน้า 8 ของ 10 V01.2569 

(1) ตรวจสอบว่าประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด 

(2) ในกรณีที่ประเทศปลายทางไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ บริษัทฯ จะจัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม เช่น ข้อสัญญามาตรฐาน (Standard Contractual Clauses) นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายในกลุ่มบริษัท (Binding Corporate Rules) หรือมาตรการอื่นตามที่กฎหมายกำหนด 

(3) จัดให้มีข้อตกลงกับผู้รับโอนข้อมูลส่วนบุคคลในต่างประเทศเพื่อกำหนดให้ผู้รับโอนข้อมูลมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เทียบเท่าหรือดีกว่ามาตรการตามประกาศนี้ 

ทั้งนี้ การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศอาจกระทำได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขข้างต้น หากเป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติยกเว้นไว้ เช่น เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยแจ้งให้ทราบถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศปลายทางที่ไม่เพียงพอแล้ว เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา หรือเป็นการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ 

7. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ระยะเวลา และมาตรการในการรักษาความปลอดภัย 

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตราบเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ โดยบริษัทฯ จะพิจารณาระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากระยะเวลาการทำสัญญาว่าจ้าง การดำรงตำแหน่ง และอายุความตามกฎหมาย รวมถึงอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือตามอายุความบังคับคดี 

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้ในรูปแบบของเอกสาร และ/หรือ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งประกอบด้วยมาตรการเชิงองค์กร (Organizational measures) และมาตรการทางเทคนิค (Technical measures) ที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงมาตรการทางกายภาพ (Physical measures) ที่จำเป็นด้วย ทั้งในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล (Access Control) รวมถึงการปรับปรุงแก้ไขมาตรการต่าง ๆ ตามสมควร เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ หรือกระทำโดยปราศจากอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อการละเมิดการธำรงไว้ซึ่งความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทฯ มีการจำกัดการเข้าถึงและใช้เทคโนโลยีในการรักษาความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยได้กำหนดการอนุญาตหรือสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล มีการบริหารจัดการการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน (User Access Management) เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตแล้วให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ และกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน (User Responsibilities) เพื่อป้องกันมิให้มีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต การเปิดเผย การล่วงรู้ หรือการลักลอบหน้า 9 ของ 10 V01.2569 

ทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล หรือการลักขโมยอุปกรณ์จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงจัดให้มีวิธีการเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล การเปลี่ยนแปลง ลบ หรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคล และเมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกที่ดำเนินการประมวลผลหรือแก่ผู้ประมวลผลข้อมูล บริษัทฯ จะดำเนินการกำกับดูแลให้บุคคลนั้นดำเนินการอย่างเหมาะสมให้เป็นไปตามคำสั่งของบริษัทฯ 

8. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล 

ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มีสิทธิเพิกถอนความยินยอมที่ท่านได้ไว้กับบริษัทฯ เมื่อใดก็ได้ เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจำกัดตามกฎหมาย หรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทฯ ไว้ก่อนหน้าโดยชอบด้วยกฎหมาย 

ท่านมีสิทธิในการขอเข้าถึงหรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน มีสิทธิในการขอโอนย้ายข้อมูลของท่านในรูปแบบที่บริษัทฯ มีการจัดระเบียบไว้แล้ว และสามารถอ่านได้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และมีสิทธิขอให้ส่งข้อมูลไปยังบุคคลอื่นตามที่ท่านมีความประสงค์ (บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย โดยจะกำหนดค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริงอย่างเหมาะสม (ถ้ามี)) 

ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกรณีที่กฎหมายกำหนด มีสิทธิขอให้บริษัทฯ ลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกลายเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ด้วยวิธีการใด ๆ และสิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่จะมีข้อจำกัดตามกฎหมาย 

บริษัทฯ พยายามอย่างเต็มที่ในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันของท่าน เพื่อให้เป็นข้อมูลที่มีความสมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ ท่านมีสิทธิในการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เมื่อท่านมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล หรือหากเห็นว่าข้อมูลที่บริษัทฯ มีอยู่ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือไม่เป็นปัจจุบัน 

ทั้งนี้ การใช้สิทธิของท่านตามที่ระบุไว้ข้างต้นต้องเป็นไปตามกฎหมายและบริษัทฯ อาจปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านข้างต้นได้ตามข้อจำกัดที่กฎหมายกำหนด 

ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติฯ หากบริษัทฯ หรือบุคคลอื่นซึ่งดำเนินการแทนบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมิได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ใคร่ขอให้ท่านโปรดแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงข้อกังวลของท่าน เพื่อดำเนินการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว ก่อนที่ท่านจะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

ในการยื่นคำร้องขอใช้สิทธิของท่าน ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) ตามช่องทางติดต่อที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ บริษัทฯ จะทำการพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน หน้า 10 ของ 10 V01.2569 

นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำร้องขอใช้สิทธิของท่าน ในกรณีที่บริษัทฯ ปฏิเสธการใช้สิทธิของท่าน บริษัทฯ จะแจ้งเหตุผลในการปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านไปพร้อมกัน 

9. คุกกี้ (Cookies) 

เมื่อท่านเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ บริษัทฯ อาจวางคุกกี้ไว้ในอุปกรณ์ของท่านและใช้คุกกี้เหล่านั้น เพื่อรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ในประกาศการใช้คุกกี้ของบริษัทฯ https://www.td.co.th/td-privacy-policy/ 

10. การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว 

บริษัทฯ มีการพิจารณาทบทวนและอาจปรับปรุงแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ แนวปฏิบัติและเป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไข บริษัทฯ จะประชาสัมพันธ์ให้ท่านทราบผ่านทางช่องทางที่เหมาะสม เช่น ประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทฯ เป็นต้น กรุณาตรวจสอบประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นระยะเพื่อตรวจดูการแก้ไขหรือปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัว โดยบริษัทฯ จะแจ้งเตือนให้ท่านทราบ หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อท่าน และขอความยินยอมจากท่านอีกครั้งในกรณีที่จำเป็น และตามที่กฎหมายกำหนด 

11. ช่องทางการติดต่อ 

หากท่านมีข้อกังวลหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ หรือหากท่านต้องการใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อ 

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) 

บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด และบริษัทย่อย 

เลขที่ 393 อาคาร 393 สีลม ชั้นที่ 3 ถนนสีลม แขวงสีลม 

เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 

โทรศัพท์ 02-023-8888 

Email: PDPA@tdshop.io 

ช่องทางการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล: https://www.td.co.th/td-privacy-policy/ 

 

บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด และบริษัทย่อย (“บริษัทฯ”) ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) (“พระราชบัญญัติฯ”) จึงได้จัดทำและเผยแพร่ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (“ประกาศความเป็นส่วนตัว”) ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะที่ท่านเป็นลูกค้าของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม ทั้งที่เป็นลูกค้าในอดีต ลูกค้าในปัจจุบัน หรืออาจเป็นลูกค้าในอนาคต ทั้งที่เป็นลูกค้าบุคคลธรรมดาหรือผู้มีอำนาจ ผู้แทน หรือผู้ติดต่อในนามลูกค้านิติบุคคล เจ้าของหรือตัวแทนร้านค้า หรือบุคคลธรรมดาอื่นใดที่เกี่ยวข้อง (รวมเรียกว่า “ท่าน”) ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ยังได้แจ้งวิธีการในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและแนวทางในการจัดการข้อมูลของท่านด้วยวิธีการที่เหมาะสมตามพระราชบัญญัติฯ 

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้กับการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ผ่านทางเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน โทรศัพท์ อีเมล ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) การลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรม การสมัครสมาชิกในช่องทางไปรษณีย์ ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (LINE, Facebook, YouTube, TikTok และ Instagram) ช่องทางติดต่อออนไลน์ (Website, Application) ตลอดจนช่องทางอื่น ๆ ของบริษัทฯ ที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากท่าน 

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย 

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ตามที่ระบุด้านล่างนี้ 

“ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายจัดให้เป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว 

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาทั้งที่เป็นลูกค้าในอดีต ลูกค้าในปัจจุบัน และที่อาจเป็นลูกค้าของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่มในอนาคต หรือผู้มีอำนาจ ผู้แทน หรือผู้ติดต่อในนามลูกค้านิติบุคคล เจ้าของหรือตัวแทนร้านค้า หรือบุคคลธรรมดาอื่นใดที่เกี่ยวข้องที่บริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม (ตามที่ระบุในข้อ 5) เก็บรวบรวม โดยการเก็บรวบรวมดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทฯ กับท่าน และประเภทสินค้าหรือบริการที่ท่านต้องการจากบริษัทฯ โดยประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ หน้า 2 ของ 12 V01.2569 

1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดา เจ้าของหรือตัวแทนร้านค้า หรือบุคคลธรรมดาอื่นใดที่เกี่ยวข้อง 

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้ 

1) ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล คำนำหน้าชื่อ ชื่อเล่น เพศ วันเดือนปีเกิด อายุ ข้อมูลที่ระบุตัวตนที่ออกโดยทางราชการ (เช่น หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร หมายเลขบัตรประชารัฐ) ชื่อผู้ใช้งาน (user name) ที่ใช้ในการการลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว บันทึกเสียง สถานภาพการสมรส จำนวนบุตร ลายมือชื่อ การศึกษา ลักษณะการประกอบธุรกิจ ตำแหน่งงาน และ/หรืออาชีพ 

2) ข้อมูลเพื่อการติดต่อ เช่น ที่อยู่ สถานที่ทำงาน ที่อยู่ในการจัดส่งสินค้า ข้อมูลตำแหน่ง หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร และ/หรืออีเมล 

3) ข้อมูลทางการเงิน เช่น ข้อมูลรายได้ ข้อมูลบัตรเครดิตและบัตรเดบิต หมายเลขบัญชีธนาคาร ประเภทของบัญชีธนาคาร ข้อมูลพร้อมเพย์ และ/หรือข้อมูลรายรับรายจ่าย และข้อมูลการชำระเงินและการคืนเงิน 

4) ข้อมูลการทำธุรกรรม เช่น ข้อมูลตามเอกสารประกอบธุรกรรม (เช่น ใบสมัคร สัญญา โฉนด) และ/หรือรายละเอียดการซื้อสินค้าหรือบริการ (เช่น สถานที่ วันและเวลาที่เข้ามาใช้บริการ) 

5) ข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้า เช่น รหัสผู้สมัครร้านค้า ชื่อร้านค้า ที่ตั้งร้านค้า พิกัดร้านค้า (ละติจูด/ลองจิจูด) และ/หรือรูปภาพร้านค้า 

6) ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรม เช่น พฤติกรรมการบริโภคและการเข้าร่วมรายการส่งเสริมการขาย สินค้าที่ท่านสนใจ ความชื่นชอบ ความคิดเห็น ข้อร้องเรียน ข้อซักถาม คำแนะนำ การตอบแบบสำรวจความคิดเห็น และ/หรือข้อมูลเกี่ยวกับการสื่อสารทางการตลาดหรือการให้บริการลูกค้า 

7) ข้อมูลทางเทคนิค เช่น รหัสอุปกรณ์ (Device ID) ที่เข้าที่ใช้งานแอปพลิเคชัน เลขที่อยู่ไอพีหรืออินเทอร์เน็ต โพรโทคอล (IP Address) เว็บบีคอน (Web Beacon) ล็อก (Log) รุ่นอุปกรณ์และประเภทของอุปกรณ์ ข้อมูลระบุประเภทฮาร์ดแวร์ เช่น หมายเลขประจำเครื่อง (UDID) ข้อมูลที่อยู่การควบคุมการเข้าใช้งานสื่อกลาง (Media Access Control) ข้อมูลระบุประเภทซอฟต์แวร์ เช่น ข้อมูลระบุสำหรับผู้โฆษณาสำหรับระบบปฏิบัติการ iOS (IDFA) หรือข้อมูลระบุสำหรับผู้โฆษณาสำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (AAID) ข้อมูลการเชื่อมต่อ ข้อมูลการเข้าถึง ข้อมูลการเข้าใช้งานแบบ Single Sign-on (SSO) การเข้าสู่ระบบ (Login Log) เวลาที่เข้าถึง ระยะเวลาที่ใช้บนหน้าเพจของบริษัทฯ คุกกี้ ข้อมูลการเข้าสู่ระบบ ประวัติการค้นหา ข้อมูลการเรียกดู ประเภทและเวอร์ชันของเบราว์เซอร์ (Browser) การตั้งค่าเขตเวลา (Time Zone Setting) และสถานที่ตั้ง ประเภทและหน้า 3 ของ 12 V01.2569 

เวอร์ชันของปลั๊กอินเบราว์เซอร์ (Plug-In Browser) ระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์ม และ/หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บนอุปกรณ์ที่ใช้ในการเข้าถึงแพลตฟอร์ม 

8) ข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง เช่น ข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด และ/หรืออุปกรณ์บันทึกเสียง โปรดดูรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงของบริษัทฯ ได้ใน “ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับการใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง” ได้ที่ https://www.td.co.th/td-privacy-policy/ 

9) ข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ข้อมูลสมาชิก (เช่น รหัสบัตรสมาชิก ข้อมูลการสะสมแต้ม/คะแนน) ชื่อบัญชีในสื่อโซเชียล รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใดเกี่ยวกับท่านที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัทฯ โดยสมัครใจ หรือที่บริษัทฯ ได้รับมาจากบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกระหว่างการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ 

1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีอำนาจ ผู้แทน หรือผู้ติดต่อในนามกลุ่มลูกค้าที่เป็นนิติบุคคล 

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยในฐานะที่ท่านเป็นผู้มีอำนาจ ผู้แทน หรือผู้ติดต่อในนามนิติบุคคลนั้น ๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลส่วนบุคคลประเภท ดังต่อไปนี้ 

1) ข้อมูลระบุตัวบุคคล เช่น ชื่อ-นามสกุล คำนำหน้าชื่อ อายุ ข้อมูลที่ระบุตัวตนที่ออกโดยทางราชการ (เช่น หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร) ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว บันทึกเสียง และ/หรือลายมือชื่อ 

2) ข้อมูลเกี่ยวกับงาน เช่น ลักษณะการประกอบธุรกิจ สถานะ หน้าที่ อาชีพ ตำแหน่งงาน บริษัทที่ท่านทำงานให้ หรือเป็นพนักงาน หรือเป็นผู้มีอำนาจ หรือเป็นผู้แทนตามกฎหมายของนิติบุคคลนั้น 

3) ข้อมูลเพื่อการติดต่อ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และ/หรืออีเมล 

4) ข้อมูลการทำธุรกรรม เช่น ข้อมูลตามเอกสารประกอบธุรกรรม (เช่น ใบสมัคร สัญญา) และ/หรือรายละเอียด การซื้อสินค้าหรือบริการ และ/หรือ 

5) ข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ข้อมูลสมาชิก (เช่น รหัสบัตรสมาชิก ข้อมูลการสะสมแต้ม) ชื่อบัญชีในสื่อโซเชียล รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใดเกี่ยวกับท่านที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัทฯ โดยสมัครใจ หรือที่บริษัทฯ ได้รับมาจากบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกระหว่างการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ 

บริษัทฯ ไม่มีเจตนาที่จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว อย่างไรก็ดี ในกรณีที่บริษัทฯ มีการเก็บรวบรวม บริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวบนฐานความยินยอมโดยชัดแจ้ง หรือต่อเมื่อกฎหมายอนุญาต ให้กระทำได้ หน้า 4 ของ 12 V01.2569 

1.3 ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สาม 

หากท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สาม (เช่น บุคคลที่อ้างถึงหรือติดต่อในกรณีฉุกเฉิน) แก่บริษัทฯ หรือหากท่านขอให้บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามดังกล่าวแก่บุคคลภายนอก ท่านมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งรายละเอียดตามประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ให้แก่บุคคลที่สามดังกล่าวนั้นทราบ ตลอดจนขอความยินยอมจากบุคคลดังกล่าวนั้น (หากเป็นกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม) โดยท่านควรตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ และแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ไว้ นอกจากนี้ ท่านยังมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้บริษัทฯ สามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลเหล่านั้นได้ตามกฎหมาย ตามที่กำหนดไว้ในประกาศ ความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ด้วย 

1.4 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ ผู้เสมือนไร้ความสามารถ และผู้ไร้ความสามารถ 

ในบางกรณีตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทฯ ไม่สามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ และคนไร้ความสามารถโดยปราศจากความยินยอมของผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลได้ ดังนั้น หากท่านเป็นผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถ ท่านต้องดำเนินการให้มั่นใจว่าท่านได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลแล้ว (ในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม) ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ทราบว่าบริษัทฯ ได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง หรือเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลโดยไม่ได้เจตนา บริษัทฯ จะลบข้อมูลดังกล่าวทันที หรือเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยเฉพาะในกรณีที่บริษัทฯ สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นนอกเหนือจากความยินยอมได้ 

ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ไม่สามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามที่บริษัทฯ ได้แจ้งไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ บริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม อาจไม่สามารถดำเนินการจัดหาหรือส่งมอบสินค้า ปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา ดำเนินการตามความสัมพันธ์ที่บริษัทฯ มีกับท่าน หรือปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดต่อไปได้ 

2. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน 

บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากการที่ท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัทฯ โดยตรง หรือบริษัทฯ ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น 

กรณีที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยตรง บริษัทฯ ได้รับมาจาก 

1) ขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาดของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม การสมัครสมาชิกผ่านทางช่องทางที่ บริษัทฯ กำหนด (ออนไลน์และออฟไลน์) การกรอกและลงนามในเอกสารแบบฟอร์มที่ยื่นต่อบริษัทฯ ในการติดต่อซื้อขายสินค้าหรือบริการ การทำสัญญา การทำแบบสอบถาม หรือการสำรวจ การลงทะเบียน การสมัครหรือเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ที่บริษัทฯ จัดขึ้น การเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม หรือขั้นตอนในการร้องเรียน รวมถึงการดำเนินธุรกิจโดยประการอื่นใดของบริษัทฯ หน้า 5 ของ 12 V01.2569 

2) การติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ทางโทรศัพท์ อีเมล เว็บไซต์หรือเว็บเพจของบริษัทฯ หรือบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของบริษัทฯ 

3) การเข้าถึงหรือการเข้าใช้งานเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ ของบริษัทฯ 

บริษัทฯ อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น เช่น 

1) แหล่งข้อมูลสาธารณะ เช่น เว็บไซต์ของบริษัทฯ ข้อมูลที่ค้นหาได้ทางอินเทอร์เน็ต หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เป็นต้น 

2) บริษัทที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า หรือคู่สัญญาของบริษัทฯ 

3) ข้อมูลแวดล้อมต่าง ๆ รวมถึงบริษัทในกลุ่ม ตัวแทนขายของบริษัทฯ หรือบุคคลที่บริษัทฯ รู้จัก 

4) ข้อมูลจากหน่วยงานราชการ 

3. การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ฐานทางกฎหมาย 

บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่นที่ไม่ใช่ความยินยอม (เช่น (1) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา สำหรับการเข้าทำสัญญาหรือการปฏิบัติตามสัญญากับท่าน (2) เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย (3) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือของบุคคลภายนอก โดยมีความสมดุลกับประโยชน์และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (4) เพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (5) เพื่อประโยชน์สาธารณะ สำหรับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐ (6) เพื่อการก่อตั้งและยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายในอนาคต หรือฐานทางกฎหมายอื่น ๆ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอนุญาต (แล้วแต่กรณี)) เพื่อวัตถุประสงค์ ดังนี้ 

1) เพื่อการลงทะเบียนเป็นสมาชิก เช่น เพื่อพิจารณาคำขอในการสมัครสมาชิก เพื่อการตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของท่านที่เป็นสมาชิก เพื่อการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานระบบและแอปพลิเคชัน เช่น การสร้างและจัดการบัญชีผู้ใช้งาน เป็นต้น 

2) เพื่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เช่น เพื่อการติดต่อซื้อขายสินค้าหรือบริการ การคัดเลือก การทำสัญญา การตรวจสอบการเข้าทำธุรกรรมหรือการปฏิบัติตามสัญญาในฐานะลูกค้าของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม เพื่อเรียกเก็บหรือชำระ ค่าสินค้าหรือค่าบริการ เพื่อการจัดส่งและเคลมสินค้า เพื่อการติดตามทวงถามหนี้ที่ท่านมีต่อบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม เพื่อจัดทำฐานข้อมูล รายงาน และบันทึกหลักฐานและเอกสารต่าง ๆ และเพื่อพิจารณาในการสนับสนุนทางการเงิน (เช่น การนำเสนอเงินกู้ การให้สินเชื่อ) แก่ท่าน หน้า 6 ของ 12 V01.2569 

3) เพื่อการตลาดและการติดต่อสื่อสารทางการตลาด เช่น เพื่อแจ้งหรือส่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของบริษัทฯ บริษัทในกลุ่ม และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ โฆษณา ประชาสัมพันธ์กิจกรรมทางการตลาด การทำการตลาดแบบตอกย้ำความสนใจ (Re-marketing) รายการส่งเสริมการขาย การแจ้งเตือน สิทธิประโยชน์ ข้อเสนอพิเศษ และโปรโมชันสินค้าหรือบริการของบริษัทฯ บริษัทในกลุ่ม และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ ตามที่ท่านได้ระบุความต้องการของท่านไว้หรือ เคยได้ใช้บริการมาก่อน ทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่ไม่ต้องอาศัยความยินยอมจากท่าน 

4) เพื่อบริหารจัดการโปรแกรมสะสมคะแนน เช่น เพื่อดำเนินการเพื่อให้ท่านสามารถเข้าร่วมและสร้างบัญชีโปรแกรมสะสมคะแนน เพื่อการสะสม ใช้ และแลกเปลี่ยนคะแนน เพื่อส่งข้อเสนอ โปรโมชันและข้อมูลเกี่ยวกับสถานะและกิจกรรมสำหรับโปรแกรมสะสมคะแนน เพื่อบริหารจัดการบัญชีโปรแกรมสะสมคะแนนและบริการที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ 

5) เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (เช่น พฤติกรรมการบริโภค สินค้าที่ซื้อ สถานที่ จำนวนและความถี่ในการซื้อ) สำหรับกิจกรรมทางด้านการตลาด และการพัฒนาสินค้าและบริการ บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อความสนใจและผลประโยชน์ของท่าน หรือเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือ การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ บริษัทในกลุ่ม และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งไม่เกินกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน 

6) เพื่อการพิสูจน์และยืนยันตัวตน เช่น เพื่อการตรวจสอบ และยืนยันตัวบุคคลในฐานะที่ท่านเป็นสมาชิก ผู้ใช้บริการตัวแทน ผู้ติดต่อ หรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลในการเข้าทำนิติกรรมสัญญา และธุรกรรมต่าง ๆ กับบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม 

7) เพื่อปรับปรุงการดำเนินธุรกิจ สินค้า และบริการ เช่น เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุง และพัฒนาสินค้า บริการ และทำเลที่ตั้งของร้านค้าสาขาของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม ในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น และเหมาะสมตรงตามความต้องการของลูกค้า เพื่อวางแผนงาน และจัดทำรายงาน ประเมิน และคาดการณ์ความเป็นไปของธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม เพื่อการอบรมมาตรฐานสำหรับเจ้าของร้านค้า เพื่อการถ่ายทำรายการและเผยแพร่ภาพในสื่อหรือโซเชียลเน็ตเวิร์คเพื่อการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโครงการหรือกิจกรรมที่บริษัทฯ จัดทำขึ้น 

8) เพื่อการบริหารความสัมพันธ์ เช่น เพื่อการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างท่านในฐานะลูกค้าของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม เพื่อติดต่อสื่อสารประสานงานกับท่าน รวมทั้งตอบข้อซักถาม และการจัดการเรื่องร้องเรียนจากท่าน เพื่อสำรวจความพึงพอใจเกี่ยวกับสินค้าและบริการของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม และวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อทำการประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาสินค้า การบริการ และทำเลที่ตั้งของร้านค้าสาขาของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม ในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น และเหมาะสมตรงตามความต้องการของลูกค้าของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม 

9) เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทฯ เช่น เพื่อความปลอดภัยและการป้องกันการทุจริต ดูแลให้เกิดความปลอดภัยในการใช้บริการ เฝ้าระวังและป้องกันการทุจริต อาชญากรรม หรือการใช้บริการในทางมิชอบ ตรวจสอบและติดตามธุรกรรมที่ผิดปกติ เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการและบริษัท เพื่อการบริหารความเสี่ยง การกำกับการตรวจสอบ และบริหารจัดการภายในองค์กรหน้า 7 ของ 12 V01.2569 

ของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม เพื่อป้องกันและตรวจสอบการดำเนินการต่าง ๆ ที่เป็นการฉ้อฉล ฟอกเงิน การกระทำผิดทางอาญา หรือการกระทำอื่นใดที่มิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อการสืบสวน สอบสวน หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ในกระบวนการทางกฎหมายของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม เพื่อรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือสถานที่ของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม รวมถึงการแลกบัตรก่อนเข้าพื้นที่บริษัทฯ การบันทึกภาพด้วยกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง 

10) เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดตามกฎหมาย การใช้สิทธิทางกฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมาย ใช้เป็นหลักฐาน หรือข้อมูลประกอบการดำเนินการทางกฎหมาย และปฏิบัติการที่จำเป็นเพื่อรักษาสิทธิของบริษัทและผู้ใช้บริการ รวมถึงเพื่อเปิดเผย หรือรายงานต่อหน่วยงานราชการตามกฎหมาย เช่น กรมสรรพากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นต้น รวมถึงเมื่อได้รับคำสั่ง หมายศาล หรือหนังสือราชการให้ต้องดำเนินการใด ๆ ที่อาศัยอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานราชการนั้น 

11) เพื่อจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น เพื่อบริหารจัดการและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 

12) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายที่อาจเกิดต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล เช่น เพื่อการควบคุมโรคติดต่อหรือโรคระบาด 

13) เพื่อดำเนินการในกรณีการเปลี่ยนแปลงในกิจการ เช่น การขาย การโอน การควบรวมกิจการ การฟื้นฟูกิจการ หรือกรณีอื่นที่คล้ายกัน ซึ่งบริษัทฯ อาจโอนข้อมูลของท่านให้กับบุคคลที่สามหนึ่งฝ่ายหรือมากกว่าในฐานะส่วนหนึ่งของการดำเนินการดังกล่าว 

4. การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่อาศัยความยินยอมจากท่าน 

บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานความยินยอม เพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้ 

1) เพื่อการตลาดและการติดต่อสื่อสารทางการตลาด เช่น เพื่อแจ้งหรือส่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของบริษัทฯ บริษัทในกลุ่ม และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ โฆษณา กิจกรรมทางการตลาด การทำการตลาดแบบตอกย้ำความสนใจ (Re-marketing) รายการส่งเสริมการขาย การแจ้งเตือน สิทธิประโยชน์ ข้อเสนอพิเศษ และโปรโมชันสินค้าหรือบริการของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ และเพื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทในกลุ่ม และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อนำเสนอสินค้า บริการและสิทธิประโยชน์ และข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ท่าน ซึ่งบริษัทฯ ไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นได้ หน้า 8 ของ 12 V01.2569 

2) ธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อการทำธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics Business) เพื่อการวิเคราะห์และพัฒนาการให้บริการ การวิเคราะห์ข้อมูลและศึกษาพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อการวิจัย การทำการตลาด และกิจกรรมส่งเสริมการขายและการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพและคุณภาพของบริการให้ดียิ่งขึ้น 

5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน 

บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบริษัทในกลุ่ม หมายความถึง บริษัทในกลุ่มทีดี ได้แก่ บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด และบริษัทย่อย บริษัทในกลุ่มตะวันแดง ได้แก่ บริษัท ตะวันแดง 1999 จำกัด และบริษัทย่อย บริษัทในกลุ่มซีเจ ได้แก่ บริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด และบริษัทย่อย บริษัทในกลุ่มคาราบาว ได้แก่ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รวมถึง บริษัทในกลุ่มซีเจมาร์ท ได้แก่ บริษัท ซีเจ มาร์ท จำกัด และบริษัทย่อย (“บริษัทในกลุ่ม”) เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด การดำเนินธุรกิจ การขายสินค้าหรือบริการที่ท่านให้ความสนใจ รวมถึงการดำเนินการใด ๆ ตามที่แจ้งไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ บริษัทฯ อาจมีสื่อโฆษณาซึ่งเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ช่องทางการสื่อสารทางออนไลน์ ซึ่งแพลตฟอร์มต่าง ๆ ดังกล่าวอาจมีข้อกำหนดในการใช้งานหรือนโยบายเกี่ยวกับการใช้งาน และประกาศความเป็นส่วนตัวซึ่งแตกต่างไปจากประกาศความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดในการใช้งานของบริษัทฯ บริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านทบทวนข้อกำหนดในการใช้งานและประกาศความเป็นส่วนตัวบนแพลตฟอร์มข้างต้นด้วยตัวเอง นอกจากนี้ บริษัทในกลุ่มสามารถอาศัยความยินยอมที่บริษัทฯ ได้รับมาได้ด้วยเช่นกัน 

บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่หน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานอื่นใดตามกฎหมาย เช่น กรมสรรพากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นต้น หรือเปิดเผยข้อมูลตามคำสั่งของหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแลใด ๆ รวมถึงให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังหน่วยงานข้อมูลเครดิตเพื่อตรวจสอบ และอาจใช้ผลการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวเพื่อป้องกันการฉ้อโกง หรือการทุจริต 

บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ให้บริการ พันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า คู่สัญญาของบริษัทฯ เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบบัญชี การขอคำปรึกษาทางกฎหมาย และการดำเนินคดี และการดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องเพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับการให้บริการดังกล่าวเท่านั้น และจะขอให้บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นแต่อย่างใด บริษัทฯ จะดำเนินการให้มั่นใจว่าบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องที่บริษัทฯ ทำงานด้วยทั้งหมดจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลอย่างปลอดภัย 

ในบางกรณี บริษัทฯ อาจต้องเปิดเผยหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่นักลงทุน ผู้ถือหุ้น ผู้รับโอนสิทธิ บุคคลผู้ที่จะได้รับโอนสิทธิ ผู้รับโอน หรือบุคคลผู้ที่จะเป็นผู้รับโอน หากมีการปรับโครงสร้างองค์กร หรือมีการปรับโครงสร้างหนี้ การควบรวมกิจการ การได้มาซึ่งกิจการ การจำหน่าย การซื้อ การร่วมทุน การโอนสิทธิ การเลิกกิจการ หรือเหตุการณ์อื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและมีการโอน หรือจำหน่ายไปซึ่งธุรกิจ สินทรัพย์ หรือหุ้นของบริษัทฯ ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมด หน้า 9 ของ 12 V01.2569 

บริษัทฯ อาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ฐานทางกฎหมายตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ให้แก่บุคคลภายนอกอื่น ๆ เช่น บุคคลทั่วไป ผู้ร้องเรียนหรือบุคคลภายนอกที่ร้องขอดูข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง เป็นต้น แล้วแต่กรณี 

6. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ 

ในกรณีที่บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการส่งไปยังบริษัทในเครือ พันธมิตรทางธุรกิจ หรือผู้ให้บริการภายนอกที่อยู่ต่างประเทศ รวมถึงการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บรักษาบนระบบคลาวด์ (Cloud) หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ต่างประเทศ บริษัทฯ จะดำเนินการ ดังต่อไปนี้ 

(1) ตรวจสอบว่าประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด 

(2) ในกรณีที่ประเทศปลายทางไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ บริษัทฯ จะจัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม เช่น ข้อสัญญามาตรฐาน (Standard Contractual Clauses) นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายในกลุ่มบริษัท (Binding Corporate Rules) หรือมาตรการอื่นตามที่กฎหมายกำหนด 

(3) จัดให้มีข้อตกลงกับผู้รับโอนข้อมูลส่วนบุคคลในต่างประเทศเพื่อกำหนดให้ผู้รับโอนข้อมูลมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เทียบเท่าหรือดีกว่ามาตรการตามประกาศนี้ 

ทั้งนี้ การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศอาจกระทำได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขข้างต้น หากเป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติยกเว้นไว้ เช่น เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยแจ้งให้ทราบถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศปลายทางที่ไม่เพียงพอแล้ว เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา หรือเป็นการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ 

7. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ระยะเวลา และมาตรการในการรักษาความปลอดภัย 

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตราบเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ โดยบริษัทฯ พิจารณาระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากระยะเวลาการซื้อขาย การให้บริการ การทำสัญญา และอายุความตามกฎหมาย รวมถึงอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือตามอายุความ 

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้ในรูปแบบของเอกสารและ/หรือด้วยระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งประกอบด้วยมาตรการเชิงองค์กร (Organizational measures) และมาตรการทางเทคนิค (Technical measures) ที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงมาตรการทางกายภาพ (Physical measures) ที่จำเป็นด้วย ทั้งในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล (Access Control) รวมถึงการปรับปรุงหน้า 10 ของ 12 V01.2569 

แก้ไขมาตรการต่าง ๆ ตามสมควร เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดย มิชอบหรือกระทำโดยปราศจากอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อการละเมิดการธำรงไว้ซึ่งความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทฯ มีการจำกัดการเข้าถึงและใช้เทคโนโลยีในการรักษาความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยได้กำหนดการอนุญาตหรือสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล มีการบริหารจัดการการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน (User Access Management) เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตแล้วให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ และกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน (User Responsibilities) เพื่อป้องกันมิให้มีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต การเปิดเผย การล่วงรู้ หรือการลักลอบทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล หรือการลักขโมยอุปกรณ์จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงจัดให้มีวิธีการเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เกี่ยวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง ลบ หรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคล และเมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกที่ดำเนินการประมวลผลหรือแก่ผู้ประมวลผลข้อมูล บริษัทฯ จะดำเนินการกำกับดูแลให้บุคคลนั้นดำเนินการอย่างเหมาะสมให้เป็นไปตามคำสั่งของบริษัทฯ 

8. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล 

ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มีสิทธิเพิกถอนความยินยอมที่ท่านได้ไว้กับบริษัทฯ เมื่อใดก็ได้ เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจำกัดตามกฎหมาย หรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทฯ ไว้ก่อนหน้าโดยชอบด้วยกฎหมาย 

ท่านมีสิทธิในการขอเข้าถึงหรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน มีสิทธิในการขอโอนย้ายข้อมูลของท่านในรูปแบบที่บริษัทฯ มีการจัดระเบียบไว้แล้ว และสามารถอ่านได้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และมีสิทธิขอให้ส่งข้อมูลไปยังบุคคลอื่นตามที่ท่านมีความประสงค์ (บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย โดยจะกำหนดค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริงอย่างเหมาะสม (ถ้ามี)) 

ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกรณีที่กฎหมายกำหนด มีสิทธิขอให้บริษัทฯ ลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกลายเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ด้วยวิธีการใด ๆ และสิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่จะมีข้อจำกัดตามกฎหมาย 

บริษัทฯ พยายามอย่างเต็มที่ในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันของท่าน เพื่อให้เป็นข้อมูลที่มีความสมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ ท่านมีสิทธิในการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เมื่อท่านมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล หรือหากเห็นว่าข้อมูลที่บริษัทฯ มีอยู่ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือไม่เป็นปัจจุบัน หน้า 11 ของ 12 V01.2569 

ทั้งนี้ การใช้สิทธิของท่านตามที่ระบุไว้ข้างต้นต้องเป็นไปตามกฎหมายและบริษัทฯ อาจปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านข้างต้นได้ตามข้อจำกัดที่กฎหมายกำหนด 

ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติฯ หากบริษัทฯ หรือบุคคลอื่นซึ่งดำเนินการแทนบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมิได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ใคร่ขอให้ท่านโปรดแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงข้อกังวลของท่าน เพื่อดำเนินการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว ก่อนที่ท่านจะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

ในการยื่นคำร้องขอใช้สิทธิของท่าน ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) หรือผู้ที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบข้อมูลส่วนบุคคล ตามช่องทางติดต่อที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ บริษัทฯ จะทำการพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำร้องขอใช้สิทธิของท่าน ในกรณีที่บริษัทฯ ปฏิเสธการใช้สิทธิของท่าน บริษัทฯ จะแจ้งเหตุผลในการปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านไปพร้อมกัน 

9. คุกกี้ (Cookies) 

เมื่อท่านเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ บริษัทฯ อาจวางคุกกี้ไว้ในอุปกรณ์ของท่านและใช้คุกกี้เหล่านั้น เพื่อรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ในประกาศการใช้คุกกี้ของบริษัทฯ https://www.td.co.th/td-privacy-policy/ 

10. การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว 

บริษัทฯ มีการพิจารณาทบทวนและอาจปรับปรุงแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ แนวปฏิบัติและเป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไข บริษัทฯ จะประชาสัมพันธ์ให้ท่านทราบผ่านทางช่องทางที่เหมาะสม เช่น ประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทฯ เป็นต้น กรุณาตรวจสอบประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นระยะเพื่อตรวจดูการแก้ไขหรือปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัว โดยบริษัทฯ จะแจ้งเตือนให้ท่านทราบ หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อท่าน และขอความยินยอมจากท่านอีกครั้งในกรณีที่จำเป็น และตามที่กฎหมายกำหนด 

11. ช่องทางการติดต่อ 

หากท่านมีข้อกังวลหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ หรือหากท่านต้องการใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อ 

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) 

บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด และบริษัทย่อย 

เลขที่ 393 อาคาร 393 สีลม ชั้นที่ 3 ถนนสีลม แขวงสีลม หน้า 12 ของ 12 V01.2569 

เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 

โทรศัพท์ 02-023-8888 

Email: PDPA@tdshop.io 

ช่องทางการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล: https://www.td.co.th/td-privacy-policy/ 

 

บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด และบริษัทย่อย (“บริษัทฯ”) ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) (“พระราชบัญญัติฯ”) จึงได้จัดทำและเผยแพร่ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (“ประกาศความเป็นส่วนตัว”) ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะที่ท่านเป็นบุคลากร บุคคลผู้ได้รับมอบอำนาจ กรรมการ ผู้ถือหุ้น ผู้แทนและผู้ติดต่อของพันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า หรือคู่สัญญา หรืออาจเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า หรือคู่สัญญากับบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่มในอนาคต (รวมเรียกว่า “พันธมิตรทางธุรกิจ”) หรือบุคคลธรรมดาอื่นใดที่เกี่ยวข้อง (รวมเรียกว่า “ท่าน”) ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ยังได้แจ้งวิธีการในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและแนวทางในการจัดการข้อมูลของท่านด้วยวิธีการที่เหมาะสมตามพระราชบัญญัติฯ 

บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เนื่องจากบริษัทฯ มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับท่านในปัจจุบันหรือที่อาจจะมีในอนาคต หรือจากการที่ท่านทำงานให้ ดำเนินการแทน หรือเป็นตัวแทนของพันธมิตรทางธุรกิจที่บริษัทฯ มีความสัมพันธ์ด้วย เช่น บริษัทที่จัดหาสินค้าหรือให้บริการแก่บริษัทฯ หรือที่บริษัทฯ ติดต่อสื่อสารด้วยในทางธุรกิจซึ่งอาจเกี่ยวพันถึงท่าน 

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย 

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ตามที่ระบุด้านล่างนี้ 

“ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายจัดให้เป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว 

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวบุคคลธรรมดาทั้งที่เป็นบุคลากร บุคคลผู้ได้รับมอบอำนาจ กรรมการ ผู้ถือหุ้น ผู้แทนและผู้ติดต่อของพันธมิตรทางธุรกิจในปัจจุบัน และที่อาจเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่มในอนาคต หรือบุคคลธรรมดาอื่นใดที่เกี่ยวข้องที่บริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม (ตามที่ระบุในข้อ 5) เก็บรวบรวม โดยการเก็บรวบรวมดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทฯ กับท่าน และประเภทสินค้าหรือบริการที่ท่านต้องการจากบริษัทฯ โดยประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ หน้า 2 ของ 11 V01.2569 

1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจที่เป็นบุคคลธรรมดา 

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้ 

1) ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล คำนำหน้าชื่อ ชื่อเล่น เพศ วันเดือนปีเกิด อายุ ข้อมูลที่ระบุตัวตนที่ออกโดยทางราชการ (เช่น หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร หมายเลขบัตรประชารัฐ) ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว บันทึกเสียง สถานภาพการสมรส จำนวนบุตร ลายมือชื่อ การศึกษา ลักษณะการประกอบธุรกิจ ตำแหน่งงาน และ/หรืออาชีพ 

2) ข้อมูลเพื่อการติดต่อ เช่น ที่อยู่ สถานที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร และ/หรืออีเมล 

3) ข้อมูลทางการเงิน เช่น ข้อมูลรายได้ ข้อมูลบัตรเครดิตและบัตรเดบิต หมายเลขบัญชีธนาคาร ประเภทของบัญชีธนาคาร ข้อมูลพร้อมเพย์ และ/หรือข้อมูลรายรับรายจ่าย 

4) ข้อมูลการทำธุรกรรม เช่น ข้อมูลตามเอกสารประกอบธุรกรรม (เช่น ใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ สัญญา) และ/หรือรายละเอียดการซื้อสินค้าหรือบริการ 

5) ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรม เช่น ความคิดเห็น ข้อร้องเรียน ข้อซักถาม คำแนะนำ การตอบแบบสำรวจความคิดเห็น และ/หรือข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการพันธมิตรทางธุรกิจ 

6) ข้อมูลทางเทคนิค เช่น เลขที่อยู่ไอพีหรืออินเทอร์เน็ตโพรโทคอล (IP Address) เว็บบีคอน (Web Beacon) ล็อก (Log) รุ่นอุปกรณ์และประเภทของอุปกรณ์ ข้อมูลระบุประเภทฮาร์ดแวร์ เช่น หมายเลขประจำเครื่อง (UDID) ข้อมูลที่อยู่การควบคุมการเข้าใช้งานสื่อกลาง (Media Access Control) ข้อมูลระบุประเภทซอฟต์แวร์ เช่น ข้อมูลระบุสำหรับผู้โฆษณาสำหรับระบบปฏิบัติการ iOS (IDFA) หรือข้อมูลระบุสำหรับผู้โฆษณาสำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (AAID) ข้อมูลการเชื่อมต่อ ข้อมูลการเข้าถึง ข้อมูลการเข้าใช้งานแบบ Single Sign-on (SSO) การเข้าสู่ระบบ (Login Log) เวลาที่เข้าถึง ระยะเวลาที่ใช้บนหน้าเพจของบริษัทฯ คุกกี้ ข้อมูลการเข้าสู่ระบบ ประวัติการค้นหา ข้อมูลการเรียกดู ประเภทและเวอร์ชันของเบราว์เซอร์ (Browser) การตั้งค่าเขตเวลา (Time Zone Setting) และสถานที่ตั้ง ประเภทและเวอร์ชันของปลั๊กอินเบราว์เซอร์ (Plug-In Browser) ระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์มและ/หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บนอุปกรณ์ที่ใช้ในการเข้าถึงแพลตฟอร์ม 

7) ข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง เช่น ข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด และ/หรืออุปกรณ์บันทึกเสียง โปรดดูรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงของบริษัทฯ ได้ใน “ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับการใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง” ได้ที่ https://www.td.co.th/td-privacy-policy/ หน้า 3 ของ 11 V01.2569 

8) ข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ข้อมูลสมาชิก (เช่น รหัสบัตรสมาชิก ข้อมูลการสะสมแต้ม/คะแนน) ชื่อบัญชีในสื่อโซเชียล รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใดเกี่ยวกับท่านที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัทฯ โดยสมัครใจ หรือที่บริษัทฯ ได้รับมาจากบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกระหว่างการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ 

1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร บุคคลผู้ได้รับมอบอำนาจ กรรมการ ผู้ถือหุ้น ผู้แทนและผู้ติดต่อของกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจที่เป็นนิติบุคคล 

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยในฐานะที่ท่านเป็นบุคลากร บุคคลผู้ได้รับมอบอำนาจ กรรมการ ผู้ถือหุ้น ผู้แทนหรือผู้ติดต่อในนามนิติบุคคลนั้น ๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลส่วนบุคคลประเภทดังต่อไปนี้ 

1) ข้อมูลระบุตัวบุคคล เช่น ชื่อ-นามสกุล คำนำหน้าชื่อ อายุ ข้อมูลที่ระบุตัวตนที่ออกโดยทางราชการ (เช่น หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร) ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว บันทึกเสียง ลายมือชื่อ และ/หรือการศึกษา 

2) ข้อมูลเกี่ยวกับงาน เช่น ลักษณะการประกอบธุรกิจ สถานะ หน้าที่ อาชีพ ตำแหน่งงาน บริษัทที่ท่านทำงานให้ หรือเป็นพนักงาน หรือเป็นผู้มีอำนาจ หรือเป็นผู้แทนตามกฎหมายของนิติบุคคลนั้น 

3) ข้อมูลเพื่อการติดต่อ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และ/หรืออีเมล 

4) ข้อมูลการทำธุรกรรม เช่น ข้อมูลตามเอกสารประกอบธุรกรรม (เช่น ใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ สัญญา) และ/หรือรายละเอียดการซื้อสินค้าหรือบริการ และ/หรือ 

5) ข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ข้อมูลสมาชิก (เช่น รหัสบัตรสมาชิก ข้อมูลการสะสมแต้ม) ชื่อบัญชีในสื่อโซเชียล รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใดเกี่ยวกับท่านที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัทฯ โดยสมัครใจ หรือที่บริษัทฯ ได้รับมาจากบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกระหว่างการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ 

บริษัทฯ ไม่มีเจตนาที่จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว อย่างไรก็ดี ในกรณีที่บริษัทฯ มีการเก็บรวบรวม บริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวบนฐานความยินยอมโดยชัดแจ้ง หรือต่อเมื่อกฎหมายอนุญาตให้กระทำได้ 

1.3 ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สาม 

หากท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สาม (เช่น บุคคลที่อ้างถึงหรือติดต่อในกรณีฉุกเฉิน) แก่บริษัทฯ หรือหากท่านขอให้บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามดังกล่าวแก่บุคคลภายนอก ท่านมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งรายละเอียดตามประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ให้แก่บุคคลที่สามดังกล่าวนั้นทราบ ตลอดจนขอความยินยอมจากบุคคลดังกล่าวนั้น (หากเป็นกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม) โดยท่านควรตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ และแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ไว้ นอกจากนี้ ท่านยังมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้บริษัทฯ หน้า 4 ของ 11 V01.2569 

สามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลเหล่านั้นได้ตามกฎหมาย ตามที่กำหนดไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ด้วย 

1.4 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ ผู้เสมือนไร้ความสามารถ และผู้ไร้ความสามารถ 

ในบางกรณีตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทฯ ไม่สามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ และคนไร้ความสามารถโดยปราศจากความยินยอมของผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลได้ ดังนั้น หากท่านเป็นผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถ ท่านต้องดำเนินการให้มั่นใจว่าท่านได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลแล้ว (ในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม) ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ทราบว่าบริษัทฯ ได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง หรือเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาลโดยไม่ได้เจตนา บริษัทฯ จะลบข้อมูลดังกล่าวทันที หรือเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยเฉพาะในกรณีที่บริษัทฯ สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นนอกเหนือจากความยินยอมได้ 

ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ไม่สามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามที่บริษัทฯ ได้แจ้งไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ บริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม อาจไม่สามารถดำเนินการจัดหาหรือส่งมอบสินค้า ปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา ดำเนินการตามความสัมพันธ์ที่บริษัทฯ มีกับท่าน หรือปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดต่อไปได้ 

2. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน 

บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากการที่ท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัทฯ โดยตรง หรือบริษัทฯ ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น 

กรณีที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยตรง บริษัทฯ ได้รับมาจาก 

1) การกรอกและลงนามในเอกสารแบบฟอร์มที่ยื่นต่อบริษัทฯ ในการติดต่อซื้อขายสินค้าหรือบริการ การทำสัญญา การทำแบบสอบถาม หรือการสำรวจ การลงทะเบียน หรือขั้นตอนในการร้องเรียน รวมถึงการดำเนินธุรกิจโดยประการอื่นใดของบริษัทฯ 

2) การติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ทางโทรศัพท์ อีเมล เว็บไซต์หรือเว็บเพจของบริษัทฯ หรือบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของบริษัทฯ 

3) การเข้าถึงหรือการเข้าใช้งานเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ ของบริษัทฯ 

บริษัทฯ อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น เช่น 

1) แหล่งข้อมูลสาธารณะ เช่น เว็บไซต์ของบริษัทฯ ข้อมูลที่ค้นหาได้ทางอินเทอร์เน็ต หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เป็นต้น หน้า 5 ของ 11 V01.2569 

2) บริษัทที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า หรือคู่สัญญาของบริษัทฯ 

3) ข้อมูลแวดล้อมต่าง ๆ รวมถึงบริษัทในกลุ่ม ตัวแทนขายของบริษัทฯ หรือบุคคลที่บริษัทฯ รู้จัก 

4) ข้อมูลจากหน่วยงานราชการ 

3. การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ฐานทางกฎหมาย 

บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่นที่ไม่ใช่ความยินยอม (เช่น (1) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา สำหรับการเข้าทำสัญญาหรือการปฏิบัติตามสัญญากับท่าน (2) เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย (3) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือของบุคคลภายนอก โดยมีความสมดุลกับประโยชน์และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (4) เพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (5) เพื่อประโยชน์สาธารณะ สำหรับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐ (6) เพื่อการก่อตั้งและยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายในอนาคต หรือฐานทางกฎหมายอื่น ๆ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอนุญาต (แล้วแต่กรณี)) เพื่อวัตถุประสงค์ ดังนี้ 

1) เพื่อการลงทะเบียนเป็นสมาชิก เช่น เพื่อพิจารณาคำขอในการสมัครสมาชิก เพื่อการตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของสมาชิก 

2) เพื่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เช่น เพื่อการติดต่อซื้อขายสินค้าหรือบริการ การติดต่อขอใบเสนอราคา การคัดเลือก การทำสัญญา การตรวจสอบการเข้าทำธุรกรรมหรือการปฏิบัติตามสัญญาในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม เพื่อการเปิดคำสั่งซื้อ เพื่อเรียกเก็บหรือชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการ เพื่อการจัดส่งและเคลมสินค้า เพื่อการออกใบเสร็จและติดตามทวงถามหนี้ที่ท่านมีต่อบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม เพื่อจัดทำฐานข้อมูล รายงาน และบันทึกหลักฐานและเอกสารต่าง ๆ และเพื่อพิจารณาในการสนับสนุนทางการเงิน (เช่น นำเสนอเงินกู้ การให้สินเชื่อ) แก่ท่านหรือพันธมิตรทางธุรกิจ 

3) เพื่อการตลาดและการติดต่อสื่อสารทางการตลาด เช่น เพื่อแจ้งหรือส่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของบริษัทฯ บริษัทในกลุ่ม และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ โฆษณา กิจกรรมทางการตลาด การทำการตลาดแบบตอกย้ำความสนใจ (Re-marketing) รายการส่งเสริมการขาย การแจ้งเตือน สิทธิประโยชน์ ข้อเสนอพิเศษ และโปรโมชันสินค้าหรือบริการของบริษัทฯ บริษัทในกลุ่ม และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ ตามที่ท่านได้ระบุความต้องการของท่านไว้หรือเคยได้ใช้บริการมาก่อน ทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่ไม่ต้องอาศัยความยินยอมจากท่าน 

4) เพื่อบริหารจัดการโปรแกรมสะสมคะแนน เช่น เพื่อดำเนินการเพื่อให้ท่านสามารถเข้าร่วมและสร้างบัญชีโปรแกรมสะสมคะแนน เพื่อการสะสม ใช้ และแลกเปลี่ยนคะแนน เพื่อส่งข้อเสนอ โปรโมชันและข้อมูลเกี่ยวกับสถานะและกิจกรรมสำหรับโปรแกรมสะสมคะแนน เพื่อบริหารจัดการบัญชีโปรแกรมสะสมคะแนนและบริการที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ หน้า 6 ของ 11 V01.2569 

5) เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (เช่น พฤติกรรมการบริโภค สินค้าที่ซื้อ สถานที่ จำนวนและความถี่ในการซื้อ) สำหรับกิจกรรมทางด้านการตลาด และการพัฒนาสินค้าและบริการ บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อความสนใจและผลประโยชน์ของท่าน หรือเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายหรือการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ บริษัทในกลุ่ม และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งไม่เกินกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน 

6) เพื่อการพิสูจน์และยืนยันตัวตน เช่น เพื่อการตรวจสอบ และยืนยันตัวบุคคลในฐานะตัวแทน ผู้ติดต่อ หรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลในการเข้าทำนิติกรรมสัญญา และธุรกรรมต่าง ๆ กับบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม 

7) เพื่อปรับปรุงการดำเนินธุรกิจ สินค้า และบริการ เช่น เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุง และพัฒนาสินค้า บริการ และทำเลที่ตั้งของร้านค้าสาขาของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม ในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น และเหมาะสมตรงตามความต้องการของลูกค้า เพื่อวางแผนงาน และจัดทำรายงาน ประเมิน และคาดการณ์ความเป็นไปของธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม เพื่อการอบรมมาตรฐานสำหรับเจ้าของร้านค้า เพื่อการถ่ายทำรายการและเผยแพร่ภาพในสื่อหรือโซเชียลเน็ตเวิร์คเพื่อการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโครงการหรือกิจกรรมที่บริษัทฯ จัดทำขึ้น 

8) เพื่อการบริหารความสัมพันธ์ เช่น เพื่อการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างท่านในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม เพื่อติดต่อสื่อสารประสานงานกับท่าน รวมทั้งตอบข้อซักถาม และการจัดการเรื่องร้องเรียนจากท่าน เพื่อสำรวจความพึงพอใจเกี่ยวกับสินค้าและบริการของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม และวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อทำการประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาสินค้า การบริการ และทำเลที่ตั้งของร้านค้าสาขาของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม ในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น และเหมาะสมตรงตามความต้องการของลูกค้าของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม 

9) เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทฯ เช่น เพื่อบริหารความเสี่ยง การกำกับการตรวจสอบ และบริหารจัดการภายในองค์กรของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม เพื่อป้องกันและตรวจสอบการดำเนินการต่าง ๆ ที่เป็นการฉ้อฉล ฟอกเงิน การกระทำผิดทางอาญา หรือการกระทำอื่นใดที่มิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อการสืบสวน สอบสวน หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ในกระบวนการทางกฎหมายของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม เพื่อรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือสถานที่ของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม รวมถึงการแลกบัตรก่อนเข้าพื้นที่บริษัทฯ การบันทึกภาพด้วยกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง 

10) เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดตามกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงเพื่อเปิดเผย หรือรายงานต่อหน่วยงานราชการตามกฎหมาย เช่น กรมสรรพากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นต้น รวมถึงเมื่อได้รับคำสั่ง หมายศาล หรือหนังสือราชการให้ต้องดำเนินการใด ๆ ที่อาศัยอำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานราชการนั้น 

11) เพื่อจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น เพื่อบริหารจัดการและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หน้า 7 ของ 11 V01.2569 

12) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายที่อาจเกิดต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล เช่น เพื่อการควบคุมโรคติดต่อหรือโรคระบาด 

13) เพื่อดำเนินการในกรณีการเปลี่ยนแปลงในกิจการ เช่น การขาย การโอน การควบรวมกิจการ การฟื้นฟูกิจการ หรือกรณีอื่นที่คล้ายกัน ซึ่งบริษัทฯ อาจโอนข้อมูลของท่านให้กับบุคคลที่สามหนึ่งฝ่ายหรือมากกว่าในฐานะส่วนหนึ่งของการดำเนินการดังกล่าว 

4. การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่อาศัยความยินยอมจากท่าน 

บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานความยินยอม เพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้ 

1) เพื่อการตลาดและการติดต่อสื่อสารทางการตลาด เช่น เพื่อแจ้งหรือส่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของบริษัทฯ บริษัทในกลุ่ม และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ โฆษณา กิจกรรมทางการตลาด การทำการตลาดแบบตอกย้ำความสนใจ (Re-marketing) รายการส่งเสริมการขาย การแจ้งเตือน สิทธิประโยชน์ ข้อเสนอพิเศษ และโปรโมชันสินค้าหรือบริการของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ และเพื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทในกลุ่ม และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อนำเสนอสินค้า บริการและสิทธิประโยชน์ และข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ท่าน ซึ่งบริษัทฯ ไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นได้ 

2) ธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อการทำธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics Business) 

5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน 

บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบริษัทในกลุ่ม หมายความถึง บริษัทในกลุ่มทีดี ได้แก่ บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด และบริษัทย่อย บริษัทในกลุ่มตะวันแดง ได้แก่ บริษัท ตะวันแดง 1999 จำกัด และบริษัทย่อย บริษัทในกลุ่มซีเจ ได้แก่ บริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด และบริษัทย่อย บริษัทในกลุ่มคาราบาว ได้แก่ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รวมถึง บริษัทในกลุ่มซีเจมาร์ท ได้แก่ บริษัท ซีเจ มาร์ท จำกัด และบริษัทย่อย (“บริษัทในกลุ่ม”) เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด การดำเนินธุรกิจ การขายสินค้าหรือบริการที่ท่านให้ความสนใจ รวมถึงการดำเนินการใด ๆ ตามที่แจ้งไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ บริษัทฯ อาจมีสื่อโฆษณาซึ่งเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ช่องทางการสื่อสารทางออนไลน์ ซึ่งแพลตฟอร์มต่าง ๆ ดังกล่าวอาจมีข้อกำหนดในการใช้งานหรือนโยบายเกี่ยวกับการใช้งาน และประกาศความเป็นส่วนตัวซึ่งแตกต่างไปจากประกาศความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดในการใช้งานของบริษัทฯ บริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านทบทวนข้อกำหนดในการใช้งานและประกาศความเป็นส่วนตัวบนแพลตฟอร์มข้างต้นด้วยตัวเอง นอกจากนี้ บริษัทในกลุ่มสามารถอาศัยความยินยอมที่บริษัทฯ ได้รับมาได้ด้วยเช่นกัน 

บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่หน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานอื่นใดตามกฎหมาย เช่น กรมสรรพากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นต้น หรือเปิดเผยข้อมูลตามคำสั่งของหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานหน้า 8 ของ 11 V01.2569 

กำกับดูแลใด ๆ รวมถึงให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังหน่วยงานข้อมูลเครดิตเพื่อตรวจสอบ และอาจใช้ผลการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวเพื่อป้องกันการฉ้อโกง หรือการทุจริต 

บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ให้บริการ พันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า คู่สัญญาของบริษัทฯ เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบบัญชี การขอคำปรึกษาทางกฎหมาย และการดำเนินคดี และการดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องเพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับการให้บริการดังกล่าวเท่านั้น และจะขอให้บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นแต่อย่างใด บริษัทฯ จะดำเนินการให้มั่นใจว่าบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องที่บริษัทฯ ทำงานด้วยทั้งหมดจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลอย่างปลอดภัย 

ในบางกรณี บริษัทฯ อาจต้องเปิดเผยหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่นักลงทุน ผู้ถือหุ้น ผู้รับโอนสิทธิ บุคคลผู้ที่จะได้รับโอนสิทธิ ผู้รับโอน หรือบุคคลผู้ที่จะเป็นผู้รับโอน หากมีการปรับโครงสร้างองค์กร หรือมีการปรับโครงสร้างหนี้ การควบรวมกิจการ การได้มาซึ่งกิจการ การจำหน่าย การซื้อ การร่วมทุน การโอนสิทธิ การเลิกกิจการ หรือเหตุการณ์อื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและมีการโอน หรือจำหน่ายไปซึ่งธุรกิจ สินทรัพย์ หรือหุ้นของบริษัทฯ ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมด 

บริษัทฯ อาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ฐานทางกฎหมายตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ให้แก่บุคคลภายนอกอื่น ๆ เช่น บุคคลทั่วไป ผู้ร้องเรียนหรือบุคคลภายนอกที่ร้องขอดูข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง เป็นต้น แล้วแต่กรณี 

6. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ 

ในกรณีที่บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการส่งไปยังบริษัทในเครือ พันธมิตรทางธุรกิจ หรือผู้ให้บริการภายนอกที่อยู่ต่างประเทศ รวมถึงการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บรักษาบนระบบคลาวด์ (Cloud) หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ต่างประเทศ บริษัทฯ จะดำเนินการ ดังต่อไปนี้ 

(1) ตรวจสอบว่าประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด 

(2) ในกรณีที่ประเทศปลายทางไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ บริษัทฯ จะจัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม เช่น ข้อสัญญามาตรฐาน (Standard Contractual Clauses) นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายในกลุ่มบริษัท (Binding Corporate Rules) หรือมาตรการอื่นตามที่กฎหมายกำหนด 

(3) จัดให้มีข้อตกลงกับผู้รับโอนข้อมูลส่วนบุคคลในต่างประเทศเพื่อกำหนดให้ผู้รับโอนข้อมูลมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เทียบเท่าหรือดีกว่ามาตรการตามประกาศนี้ หน้า 9 ของ 11 V01.2569 

ทั้งนี้ การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศอาจกระทำได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขข้างต้น หากเป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติยกเว้นไว้ เช่น เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยแจ้งให้ทราบถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศปลายทางที่ไม่เพียงพอแล้ว เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา หรือเป็นการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ 

7. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ระยะเวลา และมาตรการในการรักษาความปลอดภัย 

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตราบเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ โดยบริษัทฯ พิจารณาระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากระยะเวลาการซื้อขาย การให้บริการ การทำสัญญา และอายุความตามกฎหมาย รวมถึงอาจเก็บต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือตามอายุความ 

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้ในรูปแบบของเอกสารและ/หรือด้วยระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งประกอบด้วยมาตรการเชิงองค์กร (Organizational measures) และมาตรการทางเทคนิค (Technical measures) ที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงมาตรการทางกายภาพ (Physical measures) ที่จำเป็นด้วย ทั้งในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล (Access Control) รวมถึงการปรับปรุงแก้ไขมาตรการต่าง ๆ ตามสมควร เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดย มิชอบหรือกระทำโดยปราศจากอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อการละเมิดการธำรงไว้ซึ่งความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทฯ มีการจำกัดการเข้าถึงและใช้เทคโนโลยีในการรักษาความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยได้กำหนดการอนุญาตหรือสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล มีการบริหารจัดการการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน (User Access Management) เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตแล้วให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ และกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน (User Responsibilities) เพื่อป้องกันมิให้มีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต การเปิดเผย การล่วงรู้ หรือการลักลอบทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล หรือการลักขโมยอุปกรณ์จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงจัดให้มีวิธีการเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เกี่ยวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง ลบ หรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคล และเมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกที่ดำเนินการประมวลผลหรือแก่ผู้ประมวลผลข้อมูล บริษัทฯ จะดำเนินการกำกับดูแลให้บุคคลนั้นดำเนินการอย่างเหมาะสมให้เป็นไปตามคำสั่งของบริษัทฯ หน้า 10 ของ 11 V01.2569 

8. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล 

ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มีสิทธิเพิกถอนความยินยอมที่ท่านได้ไว้กับบริษัทฯ เมื่อใดก็ได้ เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจำกัดตามกฎหมาย หรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทฯ ไว้ก่อนหน้าโดยชอบด้วยกฎหมาย 

ท่านมีสิทธิในการขอเข้าถึงหรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน มีสิทธิในการขอโอนย้ายข้อมูลของท่านในรูปแบบที่บริษัทฯ มีการจัดระเบียบไว้แล้ว และสามารถอ่านได้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และมีสิทธิขอให้ส่งข้อมูลไปยังบุคคลอื่นตามที่ท่านมีความประสงค์ (บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย โดยจะกำหนดค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริงอย่างเหมาะสม (ถ้ามี)) 

ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกรณีที่กฎหมายกำหนด มีสิทธิขอให้บริษัทฯ ลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกลายเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ด้วยวิธีการใด ๆ และสิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่จะมีข้อจำกัดตามกฎหมาย 

บริษัทฯ พยายามอย่างเต็มที่ในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันของท่าน เพื่อให้เป็นข้อมูลที่มีความสมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ ท่านมีสิทธิในการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เมื่อท่านมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล หรือหากเห็นว่าข้อมูลที่บริษัทฯ มีอยู่ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือไม่เป็นปัจจุบัน 

ทั้งนี้ การใช้สิทธิของท่านตามที่ระบุไว้ข้างต้นต้องเป็นไปตามกฎหมายและบริษัทฯ อาจปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านข้างต้นได้ตามข้อจำกัดที่กฎหมายกำหนด 

ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติฯ หากบริษัทฯ หรือบุคคลอื่นซึ่งดำเนินการแทนบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมิได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ใคร่ขอให้ท่านโปรดแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงข้อกังวลของท่าน เพื่อดำเนินการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว ก่อนที่ท่านจะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

ในการยื่นคำร้องขอใช้สิทธิของท่าน ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) หรือผู้ที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบข้อมูลส่วนบุคคล ตามช่องทางติดต่อที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ บริษัทฯ จะทำการพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำร้องขอใช้สิทธิของท่าน ในกรณีที่บริษัทฯ ปฏิเสธการใช้สิทธิของท่าน บริษัทฯ จะแจ้งเหตุผลในการปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านไปพร้อมกัน หน้า 11 ของ 11 V01.2569 

9. คุกกี้ (Cookies) 

เมื่อท่านเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ บริษัทฯ อาจวางคุกกี้ไว้ในอุปกรณ์ของท่านและใช้คุกกี้เหล่านั้น เพื่อรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ในประกาศการใช้คุกกี้ของบริษัทฯ https://www.td.co.th/td-privacy-policy/ 

10. การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว 

บริษัทฯ มีการพิจารณาทบทวนและอาจปรับปรุงแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ แนวปฏิบัติและเป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไข บริษัทฯ จะประชาสัมพันธ์ให้ท่านทราบผ่านทางช่องทางที่เหมาะสม เช่น ประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทฯ เป็นต้น กรุณาตรวจสอบประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นระยะเพื่อตรวจดูการแก้ไขหรือปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัว โดยบริษัทฯ จะแจ้งเตือนให้ท่านทราบ หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อท่าน และขอความยินยอมจากท่านอีกครั้งในกรณีที่จำเป็น และตามที่กฎหมายกำหนด 

11. ช่องทางการติดต่อ 

หากท่านมีข้อกังวลหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ หรือหากท่านต้องการใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อ 

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) 

บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด และบริษัทย่อย 

เลขที่ 393 อาคาร 393 สีลม ชั้นที่ 3 ถนนสีลม แขวงสีลม 

เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 

โทรศัพท์ 02-023-8888 

Email: PDPA@tdshop.io 

ช่องทางการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล: https://www.td.co.th/td-privacy-policy/ 

 

บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด และบริษัทย่อย (“บริษัทฯ”) ใช้อุปกรณ์กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) และอุปกรณ์บันทึกเสียง ในการเฝ้าระวังและสังเกตการณ์พื้นที่ภายในและรอบ ๆ อาคาร และสถานที่ เพื่อความปลอดภัยในชีวิต สุขภาพ และทรัพย์สิน บริษัทฯ จึงได้จัดทำและเผยแพร่ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (“ประกาศความเป็นส่วนตัว”) ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลได้ (“ข้อมูลส่วนบุคคล”) ในฐานะที่ท่านเป็นลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า หรือคู่สัญญาในปัจจุบัน และที่อาจเป็นลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า หรือคู่สัญญากับบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม (ตามที่ระบุในข้อ 3) พนักงาน ผู้บริหาร กรรมการ ผู้รับจ้าง ลูกจ้าง ผู้มาเยือน หรือบุคคลใด ๆ ทั้งหมดที่เข้ามาในพื้นที่ที่มีการเฝ้าระวังและสังเกตการณ์ภายในอาคารและสถานที่ผ่านกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ยังได้แจ้งวิธีการในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและแนวทางในการจัดการข้อมูลของท่านด้วยวิธีการที่เหมาะสมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) (“พระราชบัญญัติฯ”) 

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย 

บริษัทฯ เก็บรวบรวมภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว เสียง และภาพสิ่งของ เช่น พฤติกรรมของท่าน ยานพาหนะของท่าน ทรัพย์สินของท่าน เมื่อท่านเข้าสู่พื้นที่ที่มีการเฝ้าระวังและสังเกตการณ์ภายในอาคารและสถานที่ของบริษัทฯ ผ่านกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง (“ข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง”) 

2. การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง ภายใต้ฐานทางกฎหมาย 

บริษัทฯ จะไม่เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ประมวลผล โอน และดำเนินการใด ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ การบันทึก ถือครอง ปรับเปลี่ยน แก้ไข ทำลาย ลบ กู้คืน รวม ทำสำเนา ส่ง จัดเก็บ แยก เปลี่ยน หรือเพิ่ม กับข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่านโดยไม่ได้รับความยินยอม ยกเว้นในกรณี (1) เป็นการจำเป็นต่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (2) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม ในการปกป้องคุ้มครองชีวิต ร่างกาย และความปลอดภัยของท่าน รวมถึงทรัพย์สินของท่าน อาคาร สถานที่ และทรัพย์สินของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม และกระทำการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง บริษัทฯ จะพยายามสร้างความสมดุลระหว่างประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ บริษัทในกลุ่ม และของบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี รวมถึงสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของท่านในการคุ้มครองข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงที่เกี่ยวข้องกับท่าน นอกจากนี้ บริษัทฯ จะใช้ความพยายามในการหาขั้นตอนวิธีการ เพื่อให้ได้มาซึ่งสมดุลหน้า 2 ของ 6 V01.2569 

ดังกล่าวตามความเหมาะสม (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย และ (4) เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โดยบริษัทฯ มีหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมการทำงาน เมื่อบริษัทฯ เห็นว่าการใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงเป็นมาตรการที่จำเป็นที่จะทำให้บริษัทฯ สามารถปฏิบัติตามหน้าที่ดังกล่าวได้ เพื่อ “วัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง” ดังต่อไปนี้ 

1) เพื่อเก็บรวบรวม เฝ้าระวังและสังเกตการณ์ และวิเคราะห์สถิติอัตราการเข้าและออก การเคลื่อนไหว และการจราจรภายในอาคารและสถานที่ของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม 

2) เพื่อปกป้องชีวิต ร่างกาย สุขภาพ และความปลอดภัย รวมถึงทรัพย์สินของท่าน 

3) เพื่อปกป้องอาคาร สถานที่ และทรัพย์สินจากความเสียหาย ความขัดข้อง การทำลายทรัพย์สิน การกระทำทุจริต และอาชญากรรมอื่น ๆ 

4) เพื่อสนับสนุนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการขัดขวาง ป้องกัน และตรวจจับอาชญากรรม รวมถึงการฟ้องร้องเมื่อเกิดอาชญากรรม 

5) เพื่อช่วยเหลือในการระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในกระบวนการทางวินัยหรือกระบวนการยุติเรื่องร้องทุกข์อย่าง มีประสิทธิภาพ 

6) เพื่อช่วยเหลือในการสอบสวนหรือกระบวนพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเบาะแส หรือการตรวจสอบการทุจริต โดยบริษัทฯ อาจมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการประมวลผลข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงของท่าน เพื่อระบุตัวผู้กระทำความผิดอาญา 

7) เพื่อสนับสนุนในการก่อตั้งสิทธิหรือยกขึ้นเป็นต่อสู้ในการดำเนินการทางกฎหมาย ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ คดีแพ่ง คดีอาญา และคดีแรงงาน 

8) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อทำการวิเคราะห์ ประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาสินค้า การบริการ และทำเลที่ตั้งของร้านค้าสาขาของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม ในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น และเหมาะสมตรงตามความต้องการของลูกค้าของบริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม 

ในการนี้ บริษัทฯ จะติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงในพื้นที่ที่กำหนดให้มีการเฝ้าระวังและสังเกตการณ์ โดยกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงของบริษัทฯ ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน บริษัทฯ จะติดตั้งป้ายที่จุดทางเข้าและทางออก และในพื้นที่ที่มีการเฝ้าระวังและสังเกตการณ์โดยกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง เพื่อให้ท่านทราบว่าในบริเวณนั้นมีกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง หน้า 3 ของ 6 V01.2569 

3. การเปิดเผยและ/หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน 

บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงของท่านต่อบริษัทในกลุ่ม หมายความถึง บริษัทในกลุ่มทีดี ได้แก่ บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด และบริษัทย่อย บริษัทในกลุ่มตะวันแดง ได้แก่ บริษัท ตะวันแดง 1999 จำกัด และบริษัทย่อย บริษัทในกลุ่มซีเจ ได้แก่ บริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด และบริษัทย่อย บริษัทในกลุ่มคาราบาว ได้แก่ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รวมถึง บริษัทในกลุ่มซีเจมาร์ท ได้แก่ บริษัท ซีเจ มาร์ท จำกัด และบริษัทย่อย (“บริษัทในกลุ่ม”) เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ และของบริษัทในกลุ่ม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงที่ระบุในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ 

บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงของท่านให้แก่หน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานอื่นใดตามกฎหมาย เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อสนับสนุน หรือช่วยเหลือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการสอบสวนหรือดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีแพ่งหรืออาญา 

บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงของท่านให้แก่บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ให้บริการของบริษัทฯ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นในการปกป้องชีวิต ร่างกาย สุขภาพ ความปลอดภัย และทรัพย์สินของท่าน 

ในบางกรณี บริษัทฯ อาจต้องเปิดเผยหรือให้ข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงของท่านแก่นักลงทุน ผู้ถือหุ้น ผู้รับโอนสิทธิ บุคคลผู้ที่จะได้รับโอนสิทธิ ผู้รับโอน หรือบุคคลผู้ที่จะเป็นผู้รับโอน หากมีการปรับโครงสร้างองค์กร หรือมีการปรับโครงสร้างหนี้ การควบรวมกิจการ การได้มาซึ่งกิจการ การจำหน่าย การซื้อ การร่วมทุน การโอนสิทธิ การเลิกกิจการ หรือเหตุการณ์อื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและมีการโอน หรือจำหน่ายไปซึ่งธุรกิจ สินทรัพย์ หรือหุ้นของบริษัทฯ ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมด 

4. การโอนข้อมูลไปต่างประเทศ 

บริษัทฯ อาจเปิดเผย หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลภายนอกหรือหรือเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในต่างประเทศซึ่งประเทศปลายทางอาจมี หรืออาจไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เท่าเทียมกัน ทั้งนี้ บริษัทฯ จะดำเนินการตามขั้นตอนและมาตรการต่าง ๆ เพื่อทำให้มั่นใจว่าการโอนข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกโอนอย่างปลอดภัยและบุคคลที่รับโอนข้อมูลนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และการโอนข้อมูลส่วนบุคคลนั้นชอบด้วยกฎหมายตามที่กฎหมายอนุญาตเท่านั้น 

5. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ระยะเวลา และมาตรการในการรักษาความปลอดภัย 

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงของท่านตราบเท่าที่จำเป็นต่อการประมวลผลและการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงที่ระบุในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ เมื่อบริษัทฯ ไม่มีความจำเป็นในการประมวลผลข้อมูลดังกล่าว หรือไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายให้เก็บรักษาข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงของท่านอีกต่อไป บริษัทฯ จะทำการลบหน้า 4 ของ 6 V01.2569 

ข้อมูลดังกล่าวออกจากระบบบันทึกข้อมูลของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวต่อไปตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือตามอายุความ 

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงของท่าน โดยจัดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงที่เหมาะสม ทั้งมาตรการเชิงองค์กร (Organizational measures) มาตรการทางเทคนิค (Technical measures) และมาตรการทางกายภาพ (Physical measures) ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการใช้งานข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง (Access Control) รวมถึงการปรับปรุงแก้ไขมาตรการต่าง ๆ ตามสมควร เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงโดยมิชอบหรือกระทำโดยปราศจากอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงของท่านต่อการละเมิด การธำรงไว้ซึ่งความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทฯ มีการจำกัดการเข้าถึงและใช้เทคโนโลยีในการรักษาความปลอดภัยในข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงของท่าน โดยได้กำหนดการอนุญาตหรือสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง มีการบริหารจัดการการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน (User Access Management) เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตแล้ว ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงได้ และกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน (User Responsibilities) เพื่อป้องกันมิให้มีการเข้าถึงข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต การเปิดเผย การล่วงรู้ หรือการลักลอบทำสำเนาข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด และอุปกรณ์บันทึกเสียง หรือการลักขโมยอุปกรณ์จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด และอุปกรณ์บันทึกเสียง รวมถึงจัดให้มีวิธีการเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง การเปลี่ยนแปลง ลบ หรือถ่ายโอนข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียง และเมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงของท่านให้แก่บุคคลภายนอกที่ดำเนินการประมวลผลหรือแก่ผู้ประมวลผลข้อมูล บริษัทฯ จะดำเนินการกำกับดูแลให้บุคคลนั้นดำเนินการอย่างเหมาะสมให้เป็นไปตามคำสั่งของบริษัทฯ 

บริษัทฯ จะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด 

6. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล 

ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มีสิทธิเพิกถอนความยินยอมที่ท่านได้ไว้กับบริษัทฯ เมื่อใดก็ได้ เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจำกัดตามกฎหมาย หรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทฯ ไว้ก่อนหน้าโดยชอบด้วยกฎหมาย หน้า 5 ของ 6 V01.2569 

ท่านมีสิทธิในการขอเข้าถึงหรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน มีสิทธิในการขอโอนย้ายข้อมูลของท่านในรูปแบบที่บริษัทฯ มีการจัดระเบียบไว้แล้ว และสามารถอ่านได้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และมีสิทธิขอให้ส่งข้อมูลไปยังบุคคลอื่นตามที่ท่านมีความประสงค์ (บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย โดยจะกำหนดค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริงอย่างเหมาะสม (ถ้ามี)) 

ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกรณีที่กฎหมายกำหนด มีสิทธิขอให้บริษัทฯ ลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกลายเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ด้วยวิธีการใด ๆ และสิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่จะมีข้อจำกัดตามกฎหมาย 

บริษัทฯ พยายามอย่างเต็มที่ในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันของท่าน เพื่อให้เป็นข้อมูลที่มีความสมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ ท่านมีสิทธิในการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เมื่อท่านมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล หรือหากเห็นว่าข้อมูลที่บริษัทฯ มีอยู่ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือไม่เป็นปัจจุบัน 

ทั้งนี้ การใช้สิทธิของท่านตามที่ระบุไว้ข้างต้นต้องเป็นไปตามกฎหมายและบริษัทฯ อาจปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านข้างต้นได้ตามข้อจำกัดที่กฎหมายกำหนด 

ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติฯ หากบริษัทฯ หรือบุคคลอื่นซึ่งดำเนินการแทนบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมิได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ใคร่ขอให้ท่านโปรดแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงข้อกังวลของท่าน เพื่อดำเนินการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว ก่อนที่ท่านจะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

ในการยื่นคำร้องขอใช้สิทธิของท่าน ท่านสามารถติดต่อ เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามช่องทางติดต่อที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ บริษัทฯ จะทำการพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำร้องขอใช้สิทธิของท่าน ในกรณีที่บริษัทฯ ปฏิเสธการใช้สิทธิของท่าน บริษัทฯ จะแจ้งเหตุผลในการปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านไปพร้อมกัน 

7. การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว 

บริษัทฯ มีการพิจารณาทบทวนและอาจปรับปรุงแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ แนวปฏิบัติและเป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไข บริษัทฯ จะประชาสัมพันธ์ให้ท่านทราบผ่านทางช่องทางที่เหมาะสม เช่น ประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทฯ เป็นต้น กรุณาตรวจสอบประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นระยะเพื่อตรวจดูการแก้ไขหรือปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัว โดยบริษัทฯ จะแจ้งเตือนให้ท่านทราบ หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อท่าน และขอความยินยอมจากท่านอีกครั้งในกรณีที่จำเป็น และตามที่กฎหมายกำหนด หน้า 6 ของ 6 V01.2569 

8. ช่องทางการติดต่อและการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล 

หากท่านมีข้อกังวลหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ หรือหากท่านต้องการใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและอุปกรณ์บันทึกเสียงของบริษัทฯ โปรดติดต่อ 

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) 

บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด และบริษัทย่อย 

เลขที่ 393 อาคาร 393 สีลม ชั้นที่ 3 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 

ช่องทางการติดต่อ: โทรศัพท์ 02-023-8888 

Email: PDPA@tdshop.io 

ช่องทางการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล: https://www.td.co.th/td-privacy-policy/ 

 

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น โปรดศึกษานโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และประกาศการใช้คุกกี้ (Cookie Notice) 

ประกาศการใช้คุกกี้ (Cookie Notice) 

บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ขอเรียนให้ท่านผู้ใช้บริการเว็บไซต์ของบริษัททราบว่า บริษัทมีความจำเป็นต้องใช้คุกกี้ในการทำงานหลายส่วนของเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อจำแนกความแตกต่างของท่านออกจากผู้ใช้รายอื่น ๆ ในเว็บไซต์ของบริษัท โดยนำเสนอฟังก์ชันการทำงานบางอย่างของเว็บไซต์ให้แก่ผู้ใช้และช่วยให้บริษัทปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดีขึ้น รวมถึงเพื่อความสะดวกในการเข้าถึง และใช้บริการเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทจะใช้คุกกี้ ด้วยจุดประสงค์ที่จำเป็น และรับประกันมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม โดยสอดคล้องกับเงื่อนไขและมาตรฐานที่กำหนดไว้ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 

การใช้คุกกี้ เป็นมาตรฐานทั่วไปบนอินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตามท่านสามารถเลือกที่จะยอมรับหรือไม่ยอมรับการใช้งานคุกกี้ได้ หรือจะตั้งค่าเบราว์เซอร์ เพื่อไม่ยอมรับการใช้งานคุกกี้ก็ได้ อย่างไรก็ตามหากปิดการใช้คุกกี้ฟังก์ชัน คุณสมบัติบางอย่างของเว็บไซต์อาจทำงานได้ไม่สมบูรณ์ และบริษัทจะไม่รับผิดชอบในความไม่สะดวกหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการปิดการใช้คุกกี้ของท่าน 

กรณีที่ท่าน (ไม่ว่าในนามส่วนบุคคลหรือบริษัท) ใช้งาน หรือเข้าถึงเว็บไซต์นี้ต่อไป หลังจากได้อ่านข้อความนี้แล้ว บริษัทถือว่าท่านให้การยอมรับประกาศการใช้คุกกี้ และยินยอมตามกฎหมายให้บริษัทใช้คุกกี้สำหรับการใช้งานของท่านตามประกาศการใช้คุกกี้ฉบับนี้ 

ทั้งนี้ ประกาศการใช้คุกกี้ฉบับนี้ มีผลบังคับใช้กับเว็บไซต์ของบริษัทและบริษัทย่อยเท่านั้น และไม่มีผลบังคับใช้กับบริการหรือเว็บไซต์อื่น ๆ ที่อาจเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ของบริษัทซึ่งเป็นของบุคคลภายนอก 

คุกกี้คืออะไร 

คุกกี้คือข้อความขนาดเล็กที่ประกอบด้วยส่วนของข้อมูลที่มาจากการดาวน์โหลดที่อาจถูกเก็บบันทึกไว้ในเว็บเบราว์เซอร์ที่ท่านใช้งานหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่ต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ต อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต โดยคุกกี้จะจัดเก็บรายละเอียดข้อมูลการใช้งานของท่านบนเว็บไซต์ หรือ พฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่านโดยอัตโนมัติ 

1. อินเทอร์เน็ตโดเมนและ IP Address จากจุดที่ท่านเข้าสู่เว็บไซต์ 

2. ประเภทของเบราว์เซอร์ซอฟต์แวร์ ตลอดจนโครงสร้างและระบบการปฏิบัติงานที่ใช้ในการเข้าสู่เว็บไซต์ 

3. วันที่และเวลาที่ท่านเข้าสู่เว็บไซต์ หน้า 2 ของ 3 V01.2569 

4. ที่อยู่ของเว็บไซต์อื่นที่เชื่อมโยงท่านเข้าสู่เว็บไซต์ของบริษัท 

5. หน้าเว็บที่ท่านเข้าเยี่ยมชม และนำท่านออกจากเว็บไซต์ของบริษัท รวมถึงเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์ที่ท่านเยี่ยมชมและระยะเวลาที่ท่านใช้ในการเยี่ยมชม 

การใช้งานคุกกี้ 

ประเภทของคุกกี้ที่บริษัทใช้และในการใช้คุกกี้ดังกล่าว ประกอบด้วย แต่ไม่จำกัดเพียงรายการต่อไปนี้ 

1. คุกกี้ประเภทที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง (Strictly Necessary Cookies): คุกกี้ประเภทนี้มีความสำคัญต่อการทำงานของเว็บไซต์ ซึ่งรวมถึงคุกกี้ที่ทำให้ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้งานในเว็บไซต์ของบริษัทได้อย่างปลอดภัย 

2. คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/วัดผลการทำงานของเว็บไซต์ (Analytical/Performance Cookies): คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถจดจำและนับจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ตลอดจนช่วยให้ทราบถึงพฤติกรรมในการเยี่ยมชมเว็บไซต์ เพื่อปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ให้มีคุณภาพดีขึ้นและมีความเหมาะสมมากขึ้น อีกทั้งเพื่อรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับวิธีการเข้าและพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์โดยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย และช่วยให้เข้าใจถึงความสนใจของผู้ใช้ และวัดความมีประสิทธิผลของโฆษณาของบริษัท 

3. คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ (Functionality Cookies): คุกกี้ประเภทนี้ใช้ในการจดจำตัวท่านเมื่อกลับมาใช้งานเว็บไซต์อีกครั้ง ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถปรับแต่งเนื้อหาสำหรับท่าน ปรับให้เว็บไซต์ตอบสนองความต้องการใช้งานของท่าน รวมถึงจดจำการตั้งค่าของท่าน อาทิ ภาษา หรือภูมิภาค หรือขนาดของตัวอักษรที่ท่านเลือกใช้ในการใช้งานในเว็บไซต์ 

4. คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาเข้ากับกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies): คุกกี้ประเภทนี้จะบันทึกการเข้าชมเว็บไซต์ของท่าน หน้าเว็บที่ท่านได้เยี่ยมชม และลิงก์ที่ท่านเยี่ยมชมบริษัทจะใช้ข้อมูลนี้เพื่อปรับให้เว็บไซต์และเนื้อหาใด ๆ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าเว็บตรงกับความสนใจของท่านมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังอาจแชร์ข้อมูลนี้กับบุคคลที่สามเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวด้วย 

5. คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Advertising Cookies): คุกกี้ประเภทนี้จะจดจำการตั้งค่าของท่านในการเข้าใช้งานหน้าเว็บไซต์ และนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการปรับเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์เพื่อนำเสนอโฆษณาที่เหมาะสมกับท่านมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตัวอย่างเช่นการเลือกแสดงโฆษณาสินค้าที่ท่านสนใจ การป้องกันหรือการจำกัดจำนวนครั้งที่ท่านจะเห็นหน้าเว็บไซต์ของโฆษณาซ้ำ ๆ เพื่อช่วยวัดความมีประสิทธิผลของโฆษณา 

โปรดทราบว่าคุกกี้บางประเภทในเว็บไซต์นี้จัดการโดยบุคคลที่สาม เช่น เครือข่ายการโฆษณา ลักษณะการทำงานต่าง ๆ อาทิ วิดีโอ แผนที่ และโซเชียลมีเดีย และผู้ให้บริการเว็บไซต์ภายนอกอื่น ๆ เช่น บริการวิเคราะห์การเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ เป็นต้น คุกกี้เหล่านี้มักจะเป็นคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/วัดผลการทำงาน หรือคุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาเข้ากับกลุ่มเป้าหมาย ท่านควรต้องศึกษานโยบายการใช้คุกกี้และนโยบายส่วนบุคคลในเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการที่บุคคลที่สามอาจนำข้อมูลของท่านไปใช้สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.aboutcookies.org หน้า 3 ของ 3 V01.2569 

การตั้งค่าคุกกี้ 

ท่านอาจปฏิเสธ ยอมรับ หรือเอาคุกกี้ จากเว็บไซต์ออกไปในเวลาใดก็ได้โดยการเปิดใช้งานหรือเข้าไปในการตั้งเบราว์เซอร์ของท่าน ทั้งนี้ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนที่จะต้องปฏิบัติตามเพื่อให้คุกกี้ใช้งานได้ หรือเพื่อปิดการใช้งานของคุกกี้ หรือการเอาคุกกี้ออกไปนั้น ท่านสามารถศึกษาได้จากเว็บไซต์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเบราว์เซอร์ของท่าน ทั้งนี้ขอเรียนว่าหากท่านปิดการใช้งานคุกกี้หรือเอาคุกกี้ออกไปนั้น คุณลักษณะบางอย่างของเว็บไซต์อาจจะไม่ทำงานตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ เช่น ท่านอาจจะไม่สามารถเข้าเยี่ยมพื้นที่บางส่วนของเว็บไซต์หรือท่านอาจจะไม่ได้รับข้อมูลที่จัดให้เป็นการเฉพาะตัวเมื่อท่านเยี่ยมชมเว็บไซต์ 

การจัดการคุกกี้ 

เบราว์เซอร์ส่วนใหญ่จะมีการตั้งค่าให้ยอมรับคุกกี้โดยอัตโนมัติ แต่ท่านสามารถเลือกยอมรับหรือปฏิเสธคุกกี้จากบริการของบริษัทได้ตลอดเวลาโดยการตั้งค่าบนเบราว์เซอร์ที่ท่านใช้งาน 

ลิงก์ด้านล่างนี้จะนำท่านไปสู่บริการ “การช่วยเหลือ” ของเบราว์เซอร์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่นิยมใช้งานได้มีการบริการไว้ ท่านสามารถค้นหาและศึกษาข้อมูลการจัดการคุกกี้ของเบราว์เซอร์ที่ท่านใช้งานได้ 

Internet Explorer: https://support.microsoft.com/th-th/help/17479/windows-internet-explorer-11-change-security-privacy-settings 

Microsoft Edge: https://support.microsoft.com/en-us/help/4534105 

Google Chrome: https://support.google.com/chrome/answer/95647?hl=en 

Firefox: http://support.mozilla.org/en-US/kb/Cookies 

Safari: https://support.apple.com/en-gb/guide/safari/sfri11471/mac 

Safari iOS: https://support.apple.com/en-us/HT201265 

Android: http://support.google.com/chrome/answer/2392971?hl=en-GB 

ทั้งนี้ โปรดทราบว่า หากท่านเลือกที่จะปิดการใช้งานคุกกี้บนเบราว์เซอร์หรืออุปกรณ์ของท่าน ท่านอาจพบว่าบางส่วนของเว็บไซต์ของบริษัท ไม่สามารถทำงานหรือให้บริการได้เป็นปกติ 

บริษัทขอเรียนว่า บริษัทไม่ได้รับผิดชอบและ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ รวมทั้งเนื้อหาในเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างบน